
โลกร้อน เรื่องของเงิน
เปิด พ.ศ.ใหม่ขึ้นมา ยุโรปก็บังคับใช้กฎหมายใหม่ทันที เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมาครับ
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เปิด พ.ศ.ใหม่ขึ้นมา ยุโรปก็บังคับใช้กฎหมายใหม่ทันที เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมาครับ คือ กฎหมายการเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งจะเรียกเก็บจากสายการบินต่างๆ ที่บินเข้าออกยุโรป ใครจะบินเข้ายุโรปนับตั้งแต่วันนี้จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้ปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนกันแล้ว
ยุโรปบอกมาตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้วว่า หากสายการบินยอมซื้อใบอนุญาตปล่อยก๊าซคาร์บอนของยุโรปแล้ว ก็จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าหากถูกปรับและจับ ว่ากันง่ายๆ ก็คือให้ตกลงซื้อขายโควตาการปล่อยก๊าซคาร์บอนกันก่อนนั่นแหละครับ ยอมจ่ายเสียโดยดี
ตอนนี้สายการบินสหรัฐและจีนร้อนรนมากกว่าเพื่อนยื่นร้องอุทธรณ์ต่อศาลในยุโรปกันแล้ว อย่างจีนบอกว่ากฎหมายใหม่ของอียูนี้ จะทำให้อุตสาหกรรมการบินจีนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 4,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
เป็นอีกหนึ่งกฎหมายที่กำลังถูกจวกกันอย่างหนักครับ ว่าไม่เป็นธรรม กำลังใช้คำว่า “โลกร้อน” มาเป็นเครื่องมือกีดกันการค้าและอุตสาหกรรมกันชัดๆ ซึ่งที่ผ่านมาต้องบอกว่า ไอ้การเก็บภาษี เก็บค่าธรรมเนียมปล่อยก๊าซคาร์บอนในโลกนี้นั้น ซึ่งเรียกว่า คาร์บอน เครดิต ไม่ได้ช่วยให้โลกลดปัญหาโลกร้อนอย่างจริงๆ จังๆ เสียเท่าไหร่เลย อีกทั้งยังเป็นเหตุผลข้ออ้างที่ทำให้ความร่วมมือลดปัญหาโลกร้อนของชาวโลกนั้นล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า
เช่น ข้อตกลงพิธีสารโตเกียว ที่ตั้งเป้าว่าภายในปีเท่านี้ เท่านั้น จะต้องลดการปล่อยก๊าซลงให้ได้เท่านั้น เท่านี้ ก็เป็นเพียงแค่เสือกระดาษไป เพราะประเทศยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากที่สุดในโลกไม่ยอมลงนามกัน สหรัฐไม่ลงนาม บอกว่าเพราะจีน อินเดีย ซึ่งปล่อยมากที่สุดในโลกไม่เห็นจะลงนามกันเลย ส่วนจีนก็บอกว่า สหรัฐนั่นแหละปล่อยมาเยอะตั้งแต่อดีตในช่วงพัฒนาอุตสาหกรรม ควรจะรับผิดชอบมากที่สุด จะมาโยนปัญหานี้ให้จีนได้อย่างไร
นอกจากจะเกี่ยงกันแล้ว ในโลกยังมีการซื้อขาย คาร์บอน เครดิตกันอีกด้วย ประเทศไหนมีเครดิตเหลือเยอะ แต่ปล่อยคาร์บอนจริงน้อย ก็ขายเครดิตกันออกไปให้ประเทศอื่นที่ปล่อยเกินเครดิตกัน
น่าตลกครับ ตะโกนบอกกันปาวๆ ว่าโลกจะแตก แต่ในโลกกลับยังปล่อยก๊าซโลกร้อนกันไม่หยุดหย่อนผ่านการใช้อำนาจทางการเงินกันสนุกสนาน เห็นก่อนหน้านี้สหรัฐก็เคยจะเรียกเก็บภาษีโลกร้อนจากประเทศผู้ส่งออกไปยังสหรัฐด้วย แต่โชคดีที่ข้อเสนอนั้นตกลงไปไม่กี่ปีก่อนนี้เอง
คำว่า “โลกร้อน” ก็ไม่ต่างชาติ หุ่นกระบอกที่ถูกเชิดให้ชาวโลกตื่นกลัว โดยในเบื้องหลังมีแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ และกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือกีดกันการค้า อย่างการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโลกร้อนของยุโรปนี่แหละครับ
สุดท้าย รู้หรือไม่ครับ ประเทศไทยมีรายได้ต่อหัวประชากรเป็นอันดับที่ 80 ของโลก แต่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงเป็นอันดับที่ 21 ของโลก ชาวกรุงเทพฯ ปล่อยคาร์บอนเฉลี่ยต่อคนสูงถึงคนละ 7.3 ตันต่อปี สูงกว่าทั้งชาวนิวยอร์ก ลอนดอน และโตเกียว!







