
ทำไมแดงไม่ชนะ
...จำลอง บุญสอง
หลังจากรัฐบาล
“ชนชั้นกลาง” แดง ถูกขบวนการ “ชนชั้นสูง” เหลือง ใช้มาตรการมวลชนภิวัฒน์ ตุลาการภิวัฒน์ ทหารไม่ภิวัฒน์ทำ Coup de ta เอา โดยไม่สนใจต่อสายตาชาวโลกและที่สำคัญคือต่อสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงของชาติเป็นเวลา 4 ปีมาแล้วนั้น “ขบวนการแดง” อันประกอบด้วย 1. “แดงแท้” คือแดงลุ่มหลง ทักษิณกับ 2. “แดงเทียม” คือแดงอันเกิดจาก “การไม่ยอมรับการปกครอง” อันเนื่องจาก “สถานการณ์ปฏิวัติ (Revolution) กระแสสูง” ได้ “เข้ามาประกอบส่วน” กันและกัน เพื่อโค่นอำนาจผู้ปกครองเหลืองที่พวกเขาเรียกว่าพวกอำมาตย์ด้วยความคับแค้นแต่เนื่องจากขบวนการแดงนั้นเป็นขบวนปฏิกิริยาหรือเป็นเพียงขบวนการเผด็จการของชนชั้นกลาง (นายทุน) ที่ไม่สนใจไยดีต่อมวลชนอันไพศาลที่ต้องการการปฏิวัติประชาธิปไตยแท้ๆ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเสรีภาพที่แท้จริงตามกฎของยุคทุนนิยม เพราะข้อเรียกร้องของฝ่ายแดงนั้นเป็นข้อเรียกร้องที่ล้าหลังต่อสถานการณ์คือเรียกร้องให้แค่
“ยุบสภา” “เลือกตั้งใหม่” ภายใต้กฎกติกาที่ “ฝ่ายเผด็จการตน” ได้เปรียบเพียงเท่านั้น ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของมวลชนปฏิวัติ อีกประการหนึ่งที่แดงไม่ชนะก็คือแดงไม่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ รวมศูนย์ และอยู่ภายใต้แนวทางและทฤษฎีปฏิวัติที่ถูกต้องเหตุนี้เองที่ทำให้
“ฝ่ายแดง” ไม่สามารถเอากำลังของมวลชนปฏิวัติที่อยู่ในสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงมาทำ “อำนาจคู่” โค่น “ฝ่ายเผด็จการเหลือง” ลงได้ ทั้งๆ ที่สถานการณ์ “เอื้อ” ต่อชัยชนะของพวกเขาอย่างที่สุดพูดอย่างดูถูกก็คือต่อให้มีมวลชนเป็นล้านๆ แต่ไม่มีทฤษฎีชี้นำ ไม่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบต่อให้สู้ให้ตายก็ไม่มีทางชนะ
การปฏิเสธการปกครองเหลืองของประชาชน ทำให้อำนาจอธิปไตยที่ปล้นมาได้ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่
“ขาด” เหมือนกับที่เคยทำกับคนอื่น (จนพวกเขาเองก็แปลกใจ) ส่วนแดงแม้จะเป็นฝ่ายแพ้ แต่ก็ “ลงจากเวทีไม่ได้” เพราะถูกมวลชนในสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง “ไม่ยอมให้ลง” ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจต่างๆ ทั้งใน และต่างประเทศไม่กล้าขยายการลงทุนเพราะไม่แน่ใจว่า “เงิน” ที่ลงทุนไปจะหายวับไปเมื่อใด ส่งผลให้วิกฤตทางสังคมมีมากขึ้น ส่งผลกลายเป็นวงจรอุบาทว์ไปการจะแก้ Dead Lock ของชาติได้ก็มีแต่ทางเดียวก็คือต้องให้
“วิศวกร” ทางการเมืองที่มี Knowhow ทางการเมือง (Knowhow ทางการเมืองได้มาจากการเข้าถึง “ความจริงแท้” อันเป็นนามธรรม (จิต) มาประยุกต์ออกมาเป็นรูปธรรม (วัตถุ)) เป็นผู้ “พาออก” ไปในโลกนี้พวกที่มี Knowhow ทางการเมืองที่สอดคล้องกับการพัฒนาการของยุคมีอยู่ 2 พวก พวกหนึ่งคือขบวนการคอมมิวนิสต์ พวกหนึ่งคือขบวนการประชาธิปไตย ซึ่งช่วงชิงการปฏิวัติกันมาตั้งแต่สมัยฝรั่งเศสเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในฝรั่งเศสฝ่ายประชาธิปไตยเป็นฝ่ายชนะแต่ในรัสเซียฝ่ายคอมมิวนิสต์เป็นฝ่ายชนะ ส่วนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะในสถานการณ์ปฏิวัตินั้นๆ ขึ้นอยู่กับความสามารถของพรรคปฏิวัติที่สามารถประยุกต์
“ความต้องการของประชาชน” ที่สอดคล้องกับ “ลักษณะพิเศษ” ของ “ชนชาตินั้นๆ” อย่างลงตัว (Harmony) นั่นเอง สำหรับประเทศไทยคอมมิวนิสต์หมดสิทธิเพราะไม่สอดคล้องกับลักษณะพิเศษของสังคมไทยป.ล.การที่นายกฯ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า
“ประเทศชาติจะเละหรือไม่เละ” นั้นขึ้นอยู่กับคนในชาติ “ปฏิบัติตามกฎหมาย” หรือไม่นั้น เป็นความ “ไร้เดียงสา” ทางการเมืองอย่างรุนแรง การ “เละหรือไม่เละ” ของชาตินั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมายแต่ขึ้นอยู่กับอำนาจอธิปไตยว่า “ได้ดุล” หรือไม่ ถ้าได้ดุลก็นิพพาน ไม่เละ ถ้าไม่ได้ดุลก็เละ การ “เละ” เป็นการ “หาสมดุล” ดั่งอะตอมถ้าอิเล็กตรอนเป็นอิสระไม่ถูกดุลด้วยโปรตอนมันก็จะกลายเป็นระเบิดปรมาณู จิตของคนถูกทำให้เสียดุลด้วยโลภ ความโกรธ ความหลง คนจึงบ้า บ้าจากเล็กไปจนบ้าขนาดใหญ่ถึงขั้นเสียจริต ละ โลภ โกรธ หลง และอยู่เหนือมันอย่างมีสติ จิตจึงล่วงเข้าสู่นิพพานได้วันนี้ประเทศไทยไม่ได้ดุลทางอำนาจอธิปไตยเพราะคนส่วนน้อยเข้ามาถืออำนาจตลอดมา ที่มันไม่รุนแรงเหมือนยุโรปเพราะเรามีข้าวกิน ผู้ปกครอง (ชนชั้นสูง) หลอกเก่ง ไม่เกี่ยวกับเรื่องให้ใครปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ เพราะกฎหมายเผด็จการก็ย่อมเพื่อเผด็จการ ไม่งั้นเขาจะมีสโลแกนหรือว่าใครเขียนกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น ขืนให้ราษฎรทำตามกฎหมายเผด็จการ ราษฎรก็ถูกทำนาบนหลังอยู่อย่างนั้นสิ ถ้าอภิสิทธิ์อยากจะมาเป็นนายกฯ ที่ดี อย่าเอาความ
“อยาก” มาเป็นตัวตั้งเอา “กฎหมาย” มาเป็นข้ออ้างเพื่อการดำรงอยู่ของระบอบเผด็จการเหลือง และคุณทักษิณก็อย่าคิดว่าการมีมวลชน “แดง” มาก ก็เพราะคนเหล่านั้นเขารักชอบคุณ ความจริงแล้วเขาเป็นมวลชนปฏิวัติที่รังเกียจ “สองมาตรฐาน” ที่ทั้งเจ้าของเหลืองแดงทำต่อประชาชนต่างหาก เขาจึงมาเป็นกำลังให้ด้วยเข้าใจผิดคิดว่าคุณคือทางออกจนกว่าคุณจะเอากรรมกรมาเป็นอีกฝาหนึ่งของการสร้างประชาธิปไตยด้วย คุณอย่าหลงตัวเอง!






