
โลกไม่หยุดรอ
โลกไม่หยุดรอจำได้ว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน สมัยที่เรายังใช้กล้องฟิล์ม “โกดัก”
โดย...นันทิยา วราเพชรายุทธ
จำได้ว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน สมัยที่เรายังใช้กล้องฟิล์ม “โกดัก” เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการอัดภาพที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดในสมัยนั้น เป็นอเมริกันแบรนด์หนึ่งเดียวที่อยู่ในกลุ่มแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง ฟูจิ และโคนิก้า
แต่ล่าสุด โกดักอาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ต้องปิดฉากจ่อล้มละลาย เพราะหมุนตามไม่ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุกวินาที
บริษัท อีสต์แมน โกดัก ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยืนยาวมาถึง 131 ปี และเคยเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อเมริกาภาคภูมิใจ กำลังเป็นข่าวใหญ่ในหน้าธุรกิจ เพราะมีรายงานว่าบริษัทอาจต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตราที่ 11 กฎหมายล้มละลายของสหรัฐ เพื่อขอปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่หลังธุรกิจทำท่าจะไปไม่รอด
เห็นแล้วก็นึกใจหายไม่น้อย เพราะชวนให้นึกถึงข่าวที่คล้ายคลึงกันเมื่อ 6 ปีก่อน เมื่อ ต้นปี 2006 โคนิก้า มินอลต้า ยักษ์ใหญ่แห่งวงการถ่ายภาพในญี่ปุ่นที่เพิ่งควบรวมกิจการกันเมื่อปี 2003 ต้องประกาศยุติกิจการทั้งในตลาดกล้องดิจิตอลและฟิล์มลงทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าการเติบโตของกล้องดิจิตอลทำให้การใช้ฟิล์มและกระดาษอัดกลายเป็นสิ่งที่ “ไร้ค่า”
เมื่อไม่สามารถก้าวทันเทคโนโลยีการถ่ายภาพยุคใหม่ได้ ส่งผลให้ในที่สุด โคนิก้า มินอลต้า ต้องขายส่วนธุรกิจเลนส์ SLR ให้กับบริษัท โซนี่
ในกรณีของโกดักนั้นก็อาจเป็นเพราะเหตุผลที่คล้ายกัน คือ “ปรับตัวไม่ทันและแข่งขันไม่ไหว”
แม้ปัจจุบันโกดักจะยังมีธุรกิจกระดาษอัดอยู่ แต่การเติบโตก็ลดลงอย่างมากในยุคของกล้องดิจิตอล ส่วนที่ยังพอทำรายได้ก็คือพรินเตอร์ อิงก์เจ็ต และหมึกพิมพ์
แต่ก็ยังไม่มากพอจนโกดักต้องประกาศขายสิทธิบัตรการพิมพ์ภาพดิจิตอลราว 1,100 ชิ้น ไปเมื่อกลางปีที่แล้ว พร้อมดำเนินแผนลดต้นทุนบริษัทมาหลายครั้ง อาทิ การลดพนักงานลงทั่วโลก ทำให้จำนวนพนักงานที่เคยอยู่ในยุคเฟื่องฟูถึง 1.453 แสนคน เมื่อปี 1988 ถูกลดจำนวนลงมาอย่างต่อเนื่องเหลือเพียง 1.88 หมื่นคนเท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า โกดักปรับตัวจากโลกของม้วนฟิล์มไปสู่ยุคดิจิตอลช้าเกินไป
และที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ โกดักเป็นผู้คิดค้นกล้องดิจิตอลขึ้นมาเป็นรายแรกของโลกเมื่อปี 1975
โลกหมุนไปอย่างรวดเร็วทุกวัน ทุกวินาที ใครที่ปรับตัวไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นมดหรือยักษ์ ก็ต้องตกขบวนไปตามระเบียบค่ะ







