
พณ.งงรับจำนำแพงแต่ข้าวเข้าโครงการต่ำ
พาณิชย์ งง ยอดจำนำข้าวถึงต้น ธ.ค. มีแค่ 4.7 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้า 10 ล้านตัน เมิน 1.5 หมื่น ด้านนายกโรงสี แจงมาจาก 3 ปัจจัยปกติ
พาณิชย์ งง ยอดจำนำข้าวถึงต้น ธ.ค. มีแค่ 4.7 ล้านตัน ต่ำกว่าเป้า 10 ล้านตัน เมิน 1.5 หมื่น ด้านนายกโรงสี แจงมาจาก 3 ปัจจัยปกติ
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/2555 ที่เริ่มรับจำนำเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2554-3 ม.ค. 2555 ปัจจุบันมีปริมาณข้าวเปลือกเข้าสู่โครงการแล้วประมาณ 4.7 ล้านตัน แบ่งเป็นภาคเหนือ 1.6 ล้านตัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.7 ล้านตัน และภาคกลาง 1.2–1.3 ล้านตัน ขณะที่การรับจำนำที่ยุ้งฉางเกษตรกรได้เพียง 2,000 ตันเท่านั้น
ต่ำกว่าคาดการณ์รับจำนำข้าวเปลือกที่รัฐบาลตั้งราคาไว้สูงตันละ 1.5 หมื่นบาท และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประเมินว่าหลังสิ้นเดือน ธ.ค. 2554 คาดว่าผลผลิตข้าวเปลือกนาปีจะมีประมาณ 24 ล้านตัน ถ้าหักเสียหายจากน้ำท่วม 7-8 ล้านตัน ข้าวที่จะเข้าโครงการอีก 4.7 ล้านตัน จะมีข้าวเปลือกเข้าโครงการราว 10 ล้านตัน ขณะเดียวกันโรงสีข้าวที่ซื้อข้าวและผู้ส่งออกแจ้งเพียงว่าไม่มีข้าว ทั้งนี้เบื้องต้นเชื่อว่าอาจเกิดจากการคาดการณ์ผลผลิตผิด หรือเจ้าหน้าที่รับจำนำข้าวแจ้งปริมาณมายังส่วนกลางล่าช้า
ทั้งนี้ ต่อข้อสงสัยเรื่องข้าวเปลือกในประเทศหายไปที่ไหน เหตุใดจึงมีเกษตรกรนำข้าวเข้าโครงการน้อยมากนั้น ในการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับและดูแลการรับจำนำข้าว ที่มีนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เป็นประธาน ในสัปดาห์นี้ จะสั่งการให้กรมการค้าภายในออกประกาศตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว พ.ศ. 2489 กำหนดให้ผู้ที่มีข้าวในครอบครองต้องแจ้งปริมาณให้กรมการค้าภายในทราบ เพื่อจะได้ทราบปริมาณข้าวที่แท้จริงนประเทศและนำไปกำหนดแนวทางบริหารจัดการให้ราคาข้าวในประเทศมีเสถียรภาพ ไม่ต่ำเกินไป เพราะปัจจุบัน ราคาข้าวเปลือกในประเทศ ยังไม่ปรับขึ้นมากตามราคารับจำนำ เนื่องจากมีข้าวเข้าโครงการน้อยและยังมีการกดราคารับซื้อ
นายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ปริมาณข้าวหายไปจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ คือ 1.เกิดวิกฤตน้ำท่วมทำให้ปริมาณข้าวที่ควรจะได้เก็บเกี่ยวหายไปราว 7-8 ล้านตัน 2.จากการที่เกษตรกรขอใช้สิทธิในมาตรการเยียวยาช่วงน้ำท่วมของทางรัฐบาล ที่จะชดเชยให้ 2,222 บาทต่อไร่ จึงทำให้เสียสิทธิในการรับจำนำ ขณะที่เกษตรกรบางกลุ่มที่แจ้งรับการเยียวยาแต่ผลผลิตยังสามารถเก็บเกี่ยวได้ก็ต้องเสียสิทธ์การจำนำข้าวไปโดยปริยายและรอรับค่าชดเชยจากสิทธ์การเยียวยาเพียงอย่างเดียว เมื่อเทียบกันกับการชดเชยนั้นกลุ่มนี้เห็นว่าไม่เพียงพอ เพราะเกษตรกรต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อนหน้านี้ในการป้องกันน้ำท่วม จึงทำให้แม้ว่าทางรัฐบาลจะให้ราคาจำนำข้าวถึง 1.5 หมื่นบาท แต่กลุ่มนี้ต้องยอมขายให้กับพ่อค้าท้องถิ่นเป็นเงินสด ในราคา 7,000 – 8,000 บาท เพราะไม่สามารถรอรับการเยียวยาได้ เนื่องจากต้องแบกรับภาระค่าแรง ค่าจ้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับคนในครอบครัว ประการที่สาม และ 3.เป็นวิถีการดำเนินชีวิตของเกษตรกรชาวนาที่งวดแรกของข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ต้องนำไปแบ่งขายเป็นเงินสดใช้ เพื่อจำนำ และใช้เป็นเสบียงภายในครัวเรือน ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ได้ผิดปกติ







