
เลิกทำนาปรังหันปลูกผักขายอาชีพเสริมรวยเละ
ชาวนาพิจิตรหยุดทำนาปรังหันปลูกผักขาย สร้างรายได้งามหน้าแล้ง
ชาวนาพิจิตรหยุดทำนาปรังหันปลูกผักขาย สร้างรายได้งามหน้าแล้ง
นายพนม เพชรไทย ชาวบ้านวัดขนุน ต.ดงกลาง อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนา แต่ในช่วงนี้ได้เชื่อคำเตือนของทางราชการที่ว่าจะเกิดภัยแล้งหนัก จึงหลีกเลี่ยงการทำนาปรัง เนื่องจากต้องใช้น้ำมากจึงจะทำนาปรังได้ผลผลิต จึงหันมาลดพื้นที่ทำการเกษตรจากที่เคยทำนาหลายสิบไร่ หันมาใช้พื้นที่เพียง 1 - 2 ไร่เท่านั้น ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัวโดยได้ทำการปลูกถูกฝักยาว แตงกวา พริกอ่อน มะเขือยาว ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจโดยใช้ระยะเวลาปลูกพืชทุกอย่างที่กล่าว ประมาณ 40 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ เกือบทุกวัน หรือวันเว้นวัน
นายพนม กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้พืชผักขึ้นราคา จึงถือเป็นโอกาสทองของผู้ปลูกพืชผักสวนครัวโดยราคาขายส่งพริกอ่อนขายส่งอยู่ที่ กก.ละ 20 บาท มะเขือยาว 12 บาท ถั่วฝักยาว 12 บาท แตงกวา 13 บาท ซึ่งในแต่ละวันทำงานกัน 6 คน ก็ยังพอมีเหลือ หลังหักค่าใช้จ่ายวันละเกือบ 2 พันบาท ซึ่งผลผลิตคาดว่าจะเก็บต่อไปได้อีกประมาณ 15 - 20 วัน ก็คงจะต้องหยุดดำเนินการ
ทั้งนี้ สาเหตุเป็นเพราะขณะนี้อากาศร้อนรุนแรงมากพืชทุกอย่างที่ปลูกเริ่มแห้งเหี่ยวตาย น้ำบ่อ น้ำบาดาล น้ำใต้ดิน ก็เริ่มสูบไม่ขึ้น และเหือดแห้งลง โดยเฉพาะพริกอ่อน มีสภาพเห็นได้ชัดเมื่อกระทบภัยแล้ง หรืออากาศร้อนก็จะมีสีไม่เขียวสด หรือไม่แดงสด เมื่อแก่จัดอีกทั้งผิวก็จะมีตำหนิโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนถั่วฝักยาวอากาศร้อน ก็จะเกิดโรคหนอนชนิดต่าง ๆ มากัดกินทำลาย โดยถ้าจะฉีดยาก็ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย อีกทั้งมีสารพิษตกค้าง จึงพิจารณาดูแล้วว่า ถ้าแล้งจัด หรืออากาศร้อนเช่นนี้คงต้องหยุดดำเนินการอย่างแน่นอน ส่วนราคาพืชผักสวนครัวคาดว่าอีก 1 เดือนข้างหน้าอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งคงส่งผลให้พืชผักสวนครัวทุกชนิดขึ้นราคาอีกไม่น้อยกว่า 20 – 30 % อย่างแน่นอน







