
จี้รัฐแก้นโยบายยางล้มซื้อขายล่วงหน้า
จี้รัฐล้มนโยบายซื้อขายยางล่วงหน้า ทำให้ล้นตลาดโลกส่งผลราคาตกต่ำ
จี้รัฐล้มนโยบายซื้อขายยางล่วงหน้า ทำให้ล้นตลาดโลกส่งผลราคาตกต่ำ
นายขำ นุชิตศิริภัทรา อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ควรที่จะไปทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ายางพาราจำนวน 4.8 แสนตัน ในราคากิโลกรัมละ 105 บาทกับต่างประเทศ เพราะทำให้ยางในตลาดต่างประเทศมีมาก ส่งผลให้ราคายางราคาไม่ขยับขึ้น และควรจะยกเลิกนโยบายการซื้อขายล่วงหน้า
“ปัจจัยนี้คือความผิดพลาดของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง ไม่ควรที่จะขายในราคานั้นเพราะความจริงแล้วตลาดโลกยังมีความต้องการยางพาราอีกเป็นจำนวนมาก ให้ตลาดโลกเข้ามากวาดซื้อเองก็จะได้ราคาที่ดีกว่านี้ เพราะเมื่อเขามียาง 4.8 แสนตัน ในระยะนี้ตลาดต่างประเทศจึงไม่จำเป็นต้องซื้ออีก จึงทำให้ราคาต่ำลงทุกขณะ เป็นความผิดพลาดของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องยาง” นายขำ กล่าว
อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางฯ กล่าวอีกว่า นอกจากราคายางแผ่นตกต่ำแล้ว ยังส่งผลให้ราคาต้นกล้ายางพาราถดถอยลงอีกด้วย จากเดิมราคาต้นละ 40–50 บาท ขณะนี้เหลือเพียงต้นละ 35 บาท เนื่องจากเป็นช่วงที่หมดฤดูกาลปลูก และต้นกล้ายางที่เหลืออยู่ก็อนุบาลเอาไว้ เนื่องจากต้นกล้ายางตลาดยังมีความต้องการอีกมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา เนื่องจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก และยังมีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง
“พันธุ์กล้ายางพาราที่เกษตรเพาะเอาไว้ ในขณะนี้ยังคงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งต้นกล้าตาเขียวและต้นกล้าประเภท 2 ชั้น ซึ่งประเภท 2 ชั้น เป็นต้นกล้าที่ปลอดภัยและมั่นคงเมื่อนำไปปลูกแล้ว ซึ่งจากเดิมราคาต้นละ 115 บาท เมื่อต้นปี 2554 แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงปลายปี ราคาลดลงมาอยู่ที่ต้นละ 45 บาท” อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางฯ กล่าว







