
คุมมหาดไทยเบ็ดเสร็จเสริมแกร่งปู-สร้างหมู่บ้านแดง
การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 20 ตำแหน่งตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.นั้น
การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 20 ตำแหน่งตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.นั้น
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 20 ตำแหน่งตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.นั้น นับเป็นการจัดทัพ วางกำลังขุมข่ายคนของฝ่ายการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย แบบเบ็ดเสร็จอย่างแท้จริง ในการเตรียมรับมือทางการเมืองเพื่อช่วยกันค้ำจุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในการฝ่าวิกฤตรอบด้านที่จะเกิดขึ้นหลังปีใหม่ ทั้งเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้อง และสารพัดม็อบที่จะเคลื่อนกันออกมา
ฉะนั้น ช่วงนี้เก้าอี้ผู้ว่าฯ จึงสำคัญยิ่งต่อเสถียรภาพรัฐบาล ด้วยอำนาจในตำแหน่งดังกล่าวที่ยังทรงอิทธิพลสูงส่งในจังหวัด ทั้งเรื่องพระเดชพระคุณต่อพ่อค้าวาณิช ข้าราชการ และการเมืองส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากผู้ว่าฯ ออกแรงสั่งการ ทุกฝ่ายย่อมเกรงใจและปฏิบัติตาม
ที่สำคัญ พรรคเพื่อไทยจะใช้ผู้ว่าฯ เป็นฐานในการอำนวยความสะดวกในการสร้างหมู่บ้านเสื้อแดงให้เข้มแข็งถาวรสืบไป
ดังนั้น การแต่งตั้งผู้ว่าฯ ล็อตนี้ ฝ่ายการเมืองจึงคัดกรองกันเป็นพิเศษ เพราะเป็นการแต่งตั้งเลื่อนระดับ เลื่อนขั้น จากระดับ 9 ในตำแหน่งรองอธิบดีรองผู้ว่าฯ ให้ก้าวขึ้นระดับ 10 ในตำแหน่งพ่อเมือง ซึ่งต้องเป็นคนที่ฝ่ายการเมืองไว้เนื้อเชื่อใจ คนที่ได้รับการแต่งตั้งต้องถือว่าเป็นเด็กของฝ่ายการเมืองอย่างแท้จริง
20 ตำแหน่ง ทั้งโยกย้ายและก้าวขึ้นตำแหน่ง ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามความต้องการของแกนนำในพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น อาทิ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” หรือเจ๊แดง น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ “พายัพ ชินวัตร” น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคเพื่อไทย และท้ายสุด ต้องได้รับไฟเขียวจาก “ทักษิณ”
แม้ว่าคนจัดทำโผจริงๆ จะเป็นคนมหาดไทย อาทิ “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” อดีต รมช.มหาดไทย และปลัดมหาดไทย “พงศ์โพยม วาศภูติ” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย และ “พระนาย สุวรรณรัฐ” ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน แต่สุดท้ายส่วนใหญ่ก็ถูกรื้อ เหลือเพียงไม่กี่คนที่หลุดรอดมาได้
ไล่เรียงที่มาที่ไป 20 ตำแหน่งในการโยกย้ายครั้งนี้ มีเด็ก เจ๊แดง 3 คน เข้าเป้า คือ ธานินทร์ สุภาแสน รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้ขึ้นเป็น ผวจ.เชียงราย เพราะแรงหนุนของเยาวภา เนื่องจากเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน ขณะที่อีกคนคือ บุญเชิด คิดเห็น รองอธิบดีกรมที่ดิน ก้าวขึ้นเป็น ผวจ.ลำปาง ด้วยเป็นคนคุ้นเคยกับเจ๊แดงในการประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และ นฤมล ปาลวัฒน์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ ขึ้นเป็น ผวจ.แม่ฮ่องสอน เพราะเคยรับใช้กันในพื้นที่เชียงใหม่
ผลของการดัน นฤมล ทำให้มีการโยกย้าย กำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน มาเป็น ผวจ.อำนาจเจริญ
ขณะที่ คณิต เอี่ยมระหงษ์ รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ ได้ขึ้นเป็น ผวจ.บุรีรัมย์ ตามแรงหนุน ของ “พายัพ ชินวัตร” แต่กว่าจะลงตัวก็วิ่งกันฝุ่นตลบ เมื่อทาง “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ต้องการดัน “เกษม วัฒนธรรม” รอง ผวจ.น่าน ให้ไปเป็น ผวจ.บุรีรัมย์ หวังเอาไปเล่นงาน “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำพรรคภูมิใจไทย เนื่องจาก เกษม เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ “เนวิน” มาก่อน
อย่างไรก็ตาม เกษม ก็มีจุดอ่อนที่เคยวิพากษ์ทักษิณ และเมื่อ “พายัพ” ยืนกรานเอา คณิต “ยงยุทธ” จึงหันไปหาเป้าหมายใหม่ให้ เกษม โดยไปเบียด อภิชาติ โตดิลกเวชช์ รอง ผวจ.สมุทรสาคร ที่ “วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล” รมว.ศึกษาธิการ จองตัวไปเป็น ผวจ.แพร่
เกมนี้ได้ผล “วรวัจน์” เกรงใจ “ยงยุทธ” ยอมให้ เกษม ก้าวขึ้นเป็น ผวจ.แพร่ ส่วน อภิชาติ หลุดโผ ไปอย่างน่าเสียดาย
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ วีระวัฒน์ ชื่นวาริน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ขึ้นเป็น ผวจ.มหาสารคาม ตามแรงหนุนของ “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” ทั้งที่เดิม “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย วางตัว ฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มาเป็น ผวจ.มหาสารคาม แต่โดนค้านเรื่องถูกสอบถุงยังชีพน้ำท่วมเลยต้องกินแห้ว
สำหรับตำแหน่งอื่น ชัยวัฒน์ ลิมป์วรรธนะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี ขึ้นเป็น ผวจ.กาญจนบุรี ชนะ นพสุวรรณ รอง ผวจ.สมุทรปราการ เป็น ผวจ.ชัยภูมิ นิมิต จันทน์วิมล รอง ผวจ.นครปฐม ได้ขึ้นเป็น ผวจ.นครปฐม แรงหนุนจาก “เสริมศักดิ์” อนุกูล ตังคณานุกูลชัย รอง ผวจ.ขอนแก่น ขึ้นเป็น ผวจ.นครพนม ตามที่ สส.นครพนม สาย “ไพจิต ศรีวรขาน” อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รอง ผวจ.ยะลา ได้ขึ้นเป็น ผวจ.นราธิวาส ตามแรงดันของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” อดีต รมว.มหาดไทย
จิรายุทธ วัจนะรัตน์ รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ ก้าวขึ้นเป็น ผวจ.เพชรบูรณ์ ประวัติ ถีถะแก้ว รอง ผวจ.ยโสธร ได้ขึ้นเป็น ผวจ.ยโสธร เพราะได้รับการผลักดันจาก สส.เพื่อไทยในพื้นที่อย่าง “พีรพันธุ์ พาลุสุข” ขณะที่ เดชรัฐ สิมศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส ได้ขึ้นเป็น ผวจ.ยะลา ประทีป กีรติเรขา รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ขึ้นเป็น ผวจ.ศรีสะเกษ พิศาล ทองเลิศ รอง ผวจ.สงขลา ได้ขึ้นเป็น ผวจ.สตูล
อย่างไรก็ตาม มีการเด้ง 3 ผู้ว่าฯ เข้ากรุเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ข้อหาฝักใฝ่ภูมิใจไทย คือ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผวจ.นครนายก ศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผวจ.ปราจีนบุรี และ สามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ตาก เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ว่าฯ คนใหม่มาทดแทนแต่อย่างใด
ผลจากการโยกย้ายครั้งนี้ เมื่อแยกเป็นสถาบันการศึกษา ปรากฏว่า มีบุคคลที่จบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือ “สิงห์ทอง” 10 ตำแหน่ง ขณะที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “สิงห์ดำ” 4 ตำแหน่ง ส่วนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “สิงห์แดง” 5 ตำแหน่ง ที่เหลือเป็นคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “สิงห์ขาว” 1 ตำแหน่ง
ทั้งหมดจะเห็นว่า “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” รมว.มหาดไทย แทบไร้บทบาทในการแต่งตั้งครั้งนี้ และนี่เป็นการจัดระเบียบข้าราชการแบบเบ็ดเสร็จของคนในตระกูล “ชินวัตร”
ความจริงรัฐบาลได้ล้างบางบิ๊กข้าราชการ ขั้วรัฐบาลประชาธิปัตย์แทบทุกกระทรวง รวมถึงตำรวจมาระยะหนึ่งแล้วอย่างต่อเนื่อง เว้นแต่ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ที่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารได้ เพราะมีพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 มาคุ้มครองไว้ จึงทำให้ทางพรรคเพื่อไทยคิดหาทางแก้ พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่จนถึงทุกวันนี้
ฉะนั้น ทั้งหมดจะเห็นว่า บิ๊กข้าราชการเวลานี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในโอวาทของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น







