
ม็อบผู้ค้าจตุจักรตีกันวุ่นขณะชุมนุมทำเนียบ
ครม.เตรียมชี้ขาดปมตลาดจตุจักร-คมนาคมดันร.ฟ.ท.บริหาร-กทม.ขอให้ยึดมติครม. 2522 ขณะที่“ม็อบผู้ค้าจตุจักร” 2 ฝ่าย ตีกันวุ่น ขณะบุกทำเนียบจี้เร่งสางปมค่าเช่า
ครม.เตรียมชี้ขาดปมตลาดจตุจักร-คมนาคมดันร.ฟ.ท.บริหาร-กทม.ขอให้ยึดมติครม. 2522 ขณะที่ “ม็อบผู้ค้าจตุจักร” 2 ฝ่าย ตีกันวุ่น ขณะบุกทำเนียบจี้เร่งสางปมค่าเช่า
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ปฏิเสธข่าวความขัดแย้งระหว่างกรุงเทพมหานคร(กทม.) กับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กรณีการบริหารพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งสัญญาเช่าจะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 ม.ค.55 แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถเจรจาหาข้อสรุปเรื่องค่าเช่าร่วมกันได้
"ทั้ง กทม.และการรถไฟฯ ต่างเป็นส่วนราชการทั้งคู่ ไม่อยากให้พูดผ่านสื่อแล้วนำมาประติดประต่อกันเองว่าขัดแย้งกัน" พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าว
รมช.คมนาคม กล่าวว่า วันนี้ตนเองจะเสนอแนวทางการบริหารตลาดนัดจตุจักรโดย รฟท.ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา ส่วนอัตราค่าเช่ายังไม่ได้กำหนดแต่จะให้ผู้ค้าเป็นคนนำเสนอมาให้ รฟท.พิจารณา ซึ่งที่ผ่านมา กทม.กำหนดอัตราค่าเช่าต่ำกว่าความเป็นจริง ส่วนกรณีที่มีผู้ออกมาเคลื่อนไหวประท้วงนั้นเกิดจากการยุแหย่ของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ ซึ่งจะให้ผู้ค้ากว่า 8 พันแผงช่วยเป็นหูเป็นตาและเสนอแนะแนวทางการบริหาร
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรนั้น รฟท.จะจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินการ โดยมอบหมายให้รองผู้ว่าการ รฟท.และกรรมการในบอร์ด รฟท.เข้ามาบริหาร ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถบริหารงานได้ดีกว่า กทม.แน่นอน
นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า วันนี้ (27 ธ.ค.) กระทรวงคมนาคมจะเสนอเรื่องที่ร.ฟ.ท.เข้าบริหารตลาดนัดจตุจักรหลังสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 1 ม.ค.2555 ให้ที่ประชุมครม.รับทราบ พร้อมทั้งเสนอแผนการตั้งบริษัท ตลาดนัดจตุจักร ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของร.ฟ.ท. มีเงินทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เพื่อให้ร.ฟ.ท.เข้าบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรเอง
ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานครทำหนังสือเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนเรื่องดังกล่าวและขอให้ยึดมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2522 ในการบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักร และจะยอมรับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี
ขณะที่ หน้าทำเนียบรัฐบาลฝั่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) นายประวิทย์ วิทยาขจรศาสตร์ หัวหน้ากลุ่มตัวแทนผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร และผู้ค้ากว่า 100 ราย ได้มารวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลดำเนินการต่อสัญญาตลาดนัดจตุจักรโดยเร็วที่สุด โดยกลุ่มผู้ค้าเห็นว่า ครม.ควรยืนมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) พ.ศ.2552 ที่ให้ฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารตลาดนัดจตุจักร และขอให้กระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร(กทม.) เร่งเจรจาหาข้อยุติเรื่องค่าเช่าที่ดินในอัตราที่เป็นธรรมสำหรับผู้ค้า โดยต่ออายุสัญญาเช่าไปอีก 30 ปี
นอกจากนั้น ขอให้ผู้ค้าที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนแผงค้าและเอกสารสิทธิ ที่แสดงว่าได้รับสิทธิทำการค้าในตลาดนัดจตุจักรมาก่อน ได้รับสิทธิทำการค้าเช่นเดิม และอยู่ที่เดิม โดยไม่มีเงื่อนไข ขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้ตลาดนัดจตุจักรเป็นตลาดนัดของประชาชนโดยไม่มีกลุ่มนายทุนใดๆ มาแอบแฝง หาก ครม.มีมติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เข้ามา บริหารตลาดนัดจตุจักร ทางกลุ่มจะยกระดับการชุมนุมต่อไป
อีกด้านหนึ่ง น.ส.นฤมล แซ่หุ้น ตัวแทนกลุ่มจตุจักรรวมใจ สหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร พร้อมด้วยผู้ค้าอีกกว่า 100 คน ได้มาชุมนุมกันอยู่บริเวณประตู 4 ได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทางกลุ่มผู้ค้าเห็นว่า ไม่ว่าหน่วยงานใดจะเข้ามาบริหารจัดการ ก็ขอให้บริหารจัดการในราคาที่เป็นธรรม มีการต่อสัญญากับภาครัฐโดยตรง ไม่ใช่ให้เอกชนเข้ามาบริหาร โดยต่ออายุสัญญา 30 ปี รวมทั้งขอให้หน่วยงานที่เข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักรบริหารงานภายใต้ระเบียบ กทม.ว่าด้วยการจัดการตลาดนัดย่านพหลโยธิน พ.ศ.2526
ทั้งนี้ ในระหว่างการชุมนุมอยู่นั้น กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่ม ได้ใช้โทรโข่งตะโกนเรียกผู้ชุมนุมของกลุ่มตัวเอง จนได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย และปรากฏว่าแกนนำของทั้ง 2 กลุ่มได้กระทบกระทั่งโต้เถียงกันถึงขั้นลงไม้ลงมือตบตีกัน จนได้รับบาดเจ็บกันเล็กน้อย จากนั้นก็ได้แยกย้ายกันไปปักหลักชุมนุมอยู่คนละฝั่งถนนพิษณุโลก







