
นครบาลจัดเต็มป้องเหตุบึ้มปีใหม่
ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่คนร้ายลอบนำระเบิดไปวางไว้เกลื่อนกรุง เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา
ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่คนร้ายลอบนำระเบิดไปวางไว้เกลื่อนกรุง เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา
โดย วัสยศ งามขำ
ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่คนร้ายลอบนำระเบิดไปวางไว้เกลื่อนกรุง เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ย่อมสร้างความหวาดระแวงให้กับชาวบ้านคนเดินถนน และยิ่งเกิดขึ้นในช่วงใกล้ปีใหม่ด้วยแล้ว ความทรงจำเก่าๆ เมื่อครั้งระเบิดเคาต์ดาวน์เมื่อราว 4 ปีก่อน ก็กลายเป็นเหตุการณ์ที่กลับมาหลอนประสาทอีกครั้ง
จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ปีนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จำต้องเรียกความมั่นใจของชาวบ้านกลับคืนมา ด้วยการออกแผนรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ ควบคู่กับการระดมกำลังตำรวจทหารนับพันนายมาเป็นหูเป็นตาเพื่อสอดส่องหามือมืดไม่พึงประสงค์ พร้อมขีดเส้นใต้กำกับ 10 จุดอันตรายกลางเมืองหลวง
เหตุวางระเบิดที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นับเป็นจุดเริ่มต้นของการกระตือรือร้นของตำรวจเมืองหลวง แม้ว่าระเบิดจะเป็นชนิดที่ต่อไม่ครบวงจร รวมไปถึงการวางระเบิดอีก 3 จุด ในพื้นที่สน.ลาดกระบัง และ สน.อุดมสุข
ถึงแม้จะจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ แต่ความเชื่อมั่นยังคงสั่นคลอนคนเมืองหลวง นั่นทำให้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ต้องออกมาตรการพิเศษ ตวัดปากกาลงนามในแผนที่เรียกว่า “แผนรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่”
ให้ความสำคัญกับจุดเสี่ยงที่จะเกิดเหตุร้ายรวม 10 จุด ส่วนใหญ่เป็นย่านชุมชน แหล่งช็อปปิ้ง รวมไปถึงบ้านบุคคลสำคัญ และหนึ่งในนั้นคือ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่นับเป็นหนึ่งในจุดอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ บช.น.ขึ้นบัญชีไว้ แล้วดูเหมือนว่าจะเป็นจุดที่เด่นชัดที่สุดที่ตำรวจต้องสแกนพื้นที่เป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่หลักที่คนกรุงจะใช้เป็นเวทีนับถอยหลังสู่ปี 2555
พล.ต.ท.วินัย บอกให้รู้ ก่อนวันจัดงานเคาต์ดาวน์พื้นที่เซ็นทรัลเวิลด์จะถูกสแกนทุกจุดอย่างถี่ยิบ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเหมือนในอดีต การทำงานจะเริ่มจากใช้เจ้าหน้าที่หน่วยวัตถุระเบิดตรวจหาวัตถุต้องสงสัย และยังมีการใช้สุนัขตำรวจช่วยตรวจพื้นที่อีกด้วย
จากนั้นจะทำการซีลพื้นที่และรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดด้วยกำลังตำรวจทหารราว 1.000 นาย ในขณะที่วันงานผู้มาร่วมงานทุกคนจะต้องผ่านประตูตรวจสอบอาวุธโดยไม่มีการยกเว้น แม้จะเป็นทีมงานหรือเจ้าหน้าที่ โดยจะมีประตูลักษณะนี้ติดอยู่ 10 แห่ง ที่เป็นช่องทางที่จะเข้าไปยังบริเวณงาน
นอกจากนี้ ยังได้ให้สำรวจกล้องวงจรปิด ทั้งกล้องจราจรและรักษาความปลอดภัย เพื่อตรึงพื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด
นอกจากใช้ตำรวจท้องที่รักษาความปลอดภัยแล้ว ยังมีตำรวจของกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน 100 นาย ตำรวจสอบสวนกลาง 100 นาย ตำรวจ ตชด. 200 นาย และกำลังทหารอีก 300-400 นาย เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ โดยจะทำงานร่วมกับ รปภ.ของบริษัทเอกชนที่รักษาความปลอดภัยอยู่ตามอาคารในบริเวณใกล้เคียง
ส่วนตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงก็ให้ตั้งจุดตรวจค้นหาอาวุธ หรือสกัดจับคนร้าย คาดว่าในวันดังกล่าวจะมีด่านตรวจทั่วทั้งกรุงเทพฯ ราว 250 ด่าน ที่ไม่ใช่เพื่อระวังการก่อวินาศกรรมเท่านั้น แต่เพื่อป้องกันเหตุที่เกี่ยวกับการลักทรัพย์สินหรือปล้นทรัพย์ด้วย
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ พล.ต.ท.วินัย ยืนยันการข่าวยังไม่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายที่จะก่อเหตุ เรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ชื่นชอบงานรื่นเริงในเทศกาลสำคัญส่งท้ายปีได้เป็นอย่างดี
ในแผนปฏิบัติการครั้งนี้ นอกจากให้จับตาเรื่องการก่อวินาศกรรมเป็นพิเศษแล้ว ยังให้ความสำคัญอาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์ด้วย เนื่องจากคาดว่าอาจจะมีการก่อเหตุปล้นทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ร้านทอง และร้านสะดวกซื้อ
โดยเฉพาะร้านทองได้ให้ตำรวจท้องที่ประสานให้ปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าร้านให้มองเห็นได้ชัดเจนและเน้นการติดตั้งกล้องวงจรปิด ลูกกรงป้องกันตู้สินค้า และประตูไฟฟ้าอัตโนมัติ ส่วนใครจะให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหนก็ต้องดูกันต่อไป
เป็นหูเป็นตาช่วยตำรวจ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นอะไรที่ผิดปกติ เช่น มีวัตถุต้องสงสัยซ่อนถังขยะ ตู้โทรศัพท์ หรือพุ่มไม้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที อย่างเข้าไปตรวจดูเอง เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้
อย่างไรก็ตาม ตำรวจฝากบอกไม่อยากให้ตื่นกลัวจนเกินไป เพราะการข่าวยังไม่พบว่าจะมีการก่อวินาศกรรมช่วงปลายปีนี้
นอกจากนั้น อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับตำรวจให้มากขึ้นในการเป็นหูเป็นตา หรือการแจ้งเบาะแส จะทำให้ตำรวจทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น หากพบเหตุด่วนเหตุร้าย โทร.หา 191 ได้ทันที ตำรวจเตรียมคู่สายไว้เป็นกรณีพิเศษแล้ว







