
น้ำลดทุเรียน‘ก้านยาว’เงินล้านตายยกสวน
น้ำลด ทุเรียนเมืองนนท์เงินล้านยืนต้นตายยกสวน ต้องรออีกอย่างน้อย 6-7 ปีถึงจะได้ชิม
น้ำลด ทุเรียนเมืองนนท์เงินล้านยืนต้นตายยกสวน ต้องรออีกอย่างน้อย 6-7 ปีถึงจะได้ชิม
นายเช้า ดำขรับ สมาชิกชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทุเรียนนนท์ หมู่ 4 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ในพื้นที่ จ.นนทบุรี มีเกษตรกรทำสวนทุเรียนทั้งหมด 2,931 ไร่ ทุเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดและราคาแพงที่สุดคือพันธุ์ก้านยาว ที่ขายกันถึงผลละ 3,000-5,000 บาท แต่ในช่วงน้ำท่วมใหญ่มีสวนทุเรียนแช่น้ำยืนต้นตายไป 2,898 ไร่
“ปัจจุบันสมาชิกชมรมมีกว่า 100 ราย ซึ่งทำสวนทุเรียนกว่า 2,000 ไร่ แต่หลังน้ำลดยืนต้นตายแทบทั้งหมด ที่รอดเหลือประมาณ 10-15 ไร่ ผมมีสวนทุเรียนอยู่ 12 ไร่ ยืนต้นตายทั้งหมด เสียหายหลายล้านบาท โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์ก้านยาวปลูกไว้หลายสิบปียืนต้นตายหมด” นายเช้า กล่าว
ทั้งนี้ ทุกปีทุเรียนพันธุ์ก้านยาวต้นหนึ่งจะทำรายได้ต้นละ 45 หมื่นบาท เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งหากอายุ 10 ปีขึ้นไปก็จะออกผลกว่า 10 ลูกต่อ 1 ต้น ไร่หนึ่งปลูกห่างๆ ได้ 2530 ต้น ซึ่งน้ำท่วมครั้งนี้สวนทุเรียนเมืองนนท์เสียหายหมด ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสทำเงินล้านเนื่องจากทุเรียนพันธุ์ก้านยาวแพงและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ต้องรอไปอีกอย่างน้อย 67 ปีกว่าที่จะได้รับประทานอีก
นางชัด แจ่มจิรารักษ์ เจ้าของสวนทุเรียน ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า มีสวนอยู่เกือบ 10 ไร่ ทำเป็นสวนผสม มีทั้งทุเรียน มังคุด โดยพื้นที่สวนทั้งหมดได้จมน้ำเสียหายไม่เหลือ รวมทั้งทุเรียนพันธุ์ก้านยาวที่ปลูกไว้หลายต้นยืนต้นตายเกลี้ยง กว่าจะฟื้นฟูสวนทุเรียนเมืองนนท์ได้ต้องใช้เวลาอีกเกือบ 10 ปี







