posttoday
สารพัด ปมร้อน รุมเร้า รับเปิดสภา

สารพัด ปมร้อน รุมเร้า รับเปิดสภา

19 ธันวาคม 2554

โค้งสุดท้ายปลายปี อุณหภูมิการเมืองเริ่มไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

โค้งสุดท้ายปลายปี อุณหภูมิการเมืองเริ่มไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางบรรยากาศบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายไม่หยุดไม่หย่อน ต้อนรับการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ซึ่งมีเรื่องร้อนจ่อคิวเข้าสู่การพิจารณาแน่นเอี๊ด

เริ่มต้นด้วยเรื่องร้อนอย่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ประกาศตัวดันเรื่องนี้เต็มที่ หลัง พ.ร.ฎ.พระราช ทานอภัยโทษ ซึ่งเคยถูกดักคอว่าแอบตัดตอนแก้เนื้อหาบางข้อล็อกสเปกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องถอยร่นกลับไป

ทว่าฟังจากกระแสต้านแล้ว ดูท่าจะไปไม่ไหว พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ ร.ต.อ.เฉลิม เคยประกาศว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนนำเข้าสภาพิจารณาทันทีเปิดสมัยประชุมนั้น ตอนนี้ต้องกลับมาปรับท่าทีเปลี่ยนเป็น พ.ร.บ.ปรองดอง พร้อมดูทิศทางลมอีกครั้งว่าจะนำเข้าสภาเมื่อไหร่

แน่นอนว่าการผลีผลามเดินเรื่องนี้ย่อมนำมาสู่กระแสการคัดค้านที่อาจบานปลายรุนแรงกระทบไปถึงเสถียรภาพหรือความวุ่นวายของบ้านเมืองได้ไม่ยาก เมื่อหลายกลุ่มได้ออกมาส่งสัญญาณวอร์มเตรียมคัดค้านหัวชนฝา หากยังดื้อดึงดันทำในเรื่องนี้

ยังไม่รวมถึง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเตรียมหาช่องเข้าไปล้วงลูกจัดโผการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ซึ่งที่ผ่านมาปิดทางไม่ให้ทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงกองทัพ

สารพัด ปมร้อน รุมเร้า รับเปิดสภา

งานนี้หากรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ ย่อมเป็นการเปิดศึกกับ “กองทัพ” ที่ต้องการความเป็นอิสระในการแต่งตั้งทำโผทหาร โดยไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง ซึ่งอาจจะเป็นอีกแรงเสียดทานให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนได้มากขึ้น

มาจนถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่แม้พรรคเพื่อไทยจะรู้ว่าเป็นอีกประเด็นสายล่อฟ้าที่ยังไม่ผลีผลามดำเนินการ แต่ล่าสุดวันอังคารที่ 20 ธ.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะประชุมหารือถึงท่าทีต่อการแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ยังหยิบจุดอ่อนเรื่องที่มาจากการทำรัฐประหารเผด็จการขึ้นมาเป็นประเด็นนำไปสู่การแก้ไข

พร้อมวางแนวทางว่าจะยึดแนวทางของรัฐธรรมนูญ ในปี 2540 เป็นหลัก และตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.3 ขึ้นมาทำการร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนออกตัวว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ได้แก้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือใครคนใดคนหนึ่ง

จังหวะเดียวกับที่เรื่องร้อนนอกสภาอีกหลายเรื่องที่ตั้งเค้าจะประดังประเดเข้ามาซ้ำเติมสถานการณ์ในช่วงนี้จนน่าเป็นห่วง

ไล่มาตั้งแต่เหตุระเบิดป่วนเมือง จากลูกแรกที่เกิดขึ้นไม่นานหลังวิกฤตน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย อีกหลายๆ ลูก เริ่มทยอยผุดขึ้นมาหลายแห่งทั่วกรุงเทพมหานคร (กทม.) สร้างความหวาดวิตกให้สังคมว่ากำลังจะเดินถอยหลังกลับไปสู่วังวนความขัดแย้งอีกรอบหรือไม่ เหมือนอย่างที่ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกมาแสดงความเป็นห่วงหรือไม่

ระเบิดกลางกรุงลูกแรกเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องซุกในกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำแล้วนำไปวางไว้บริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนิน หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์สยามรัฐและสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

จุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อสร้างสถานการณ์ สร้างความแตกตื่น เพราะนำกระเป๋าใส่ระเบิดไปวางไว้ในที่พบเจอได้ง่าย แถมจงใจเปิดกระเป๋าให้เห็นนาฬิกาที่ตั้งไว้จุดชนวนระเบิด ที่สำคัญยังไม่สามารถระเบิดได้ เนื่องจากมีวงจรบางตัวที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการกระตุ้นให้เกิดแรงระเบิด

ตอกย้ำด้วยท่าทีล่าสุดจาก ร.ต.อ.เฉลิม ที่ออกมาฟันธงก่อนผลการสอบสวน ปรากฏว่าไม่ใช่เรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ภายในกองสลากฯ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นโรคพาร์กินสันหรือไม่ คนทั่วประเทศรู้หมด เพราะเป็นคนที่ฝักใฝ่การเมืองทุกยุคทุกสมัย อยากได้อำนาจ แต่ไม่ได้อะไรจากการปฏิวัติ พอบ้านเมืองสงบก็จะก่อเหตุต่อไป

ไม่นานจากที่พบระเบิดลูกแรก ในวันที่ 16 ธ.ค. เกิดเหตุคล้ายคลึงกันเมื่อพบระเบิด 3 ลูก กระจายอยู่ในพื้นที่รอบ กทม. จุดแรก ข้างกำแพงธนาคารกรุงเทพ สาขาสุขุมวิท 77 จุดที่ 2 ลาดกระบัง ซอย 13 หรือตลาดสุวรรณภูมิ และ จุดที่ 3 มอเตอร์เวย์คู่ขนานถนนกาญจนาภิเษก ตัดกับถนนสุขาภิบาล 2

จิรวัฒน์ จันทร์เพ็ง คนร้ายที่ถูกจับกุมตัวได้อย่างทันทีทันควัน ถูกนำมาแสดงตัวต่อสาธารณะและถูกเชื่อมโยงว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ต้องหาที่วางระเบิดถนนราชดำเนิน นำมาสู่ความกังขาว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม

โดยเฉพาะเกิดกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่นำภาพชายสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยเดินตาม ร.ต.อ.เฉลิม เมื่อครั้งลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งมีใบหน้าคล้ายกับ จิรวัฒน์ มาเปรียบเทียบกันเผยแพร่ลงในอินเทอร์เน็ต ที่ยังต้องรอฟังคำชี้แจงในรายละเอียดว่าข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ถัดมาที่เรื่องการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศออกมายืนยันว่าได้คืนพาสปอร์ตตามคำขอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์เตรียมถอดถอนและฟ้องยาวตั้งแต่ข้าราชการ รัฐมนตรี ไปจนถึงนายกฯ

เพราะการคืนหนังสือเดินทางให้ดังกล่าว ขัดกับระเบียบของกระทรวง ตามข้อ 21 ที่ปิดทางการออกหนังสือเดินทาง หากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ศาลตัดสินว่ามีความผิดจำคุก ถูกออกหมายจับ หรือห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ที่สำคัญเรื่องนี้ยังตอกย้ำเรื่องการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งเน้นทำงานเพื่อคนคนเดียวมากกว่าสนใจประชาชน เพราะวันที่ออกหนังสือเดินทางเป็นช่วงที่บ้านเมืองกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม แต่รัฐบาลกลับสนใจมาดำเนินการเรื่องการออกหนังสือเดินทาง

อีกเรื่องร้อนที่รอวันปะทุคือ ท่าทีจากกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 และกลุ่มสยามสามัคคีที่ออกมาต่อต้านการแก้มาตรา 112 ว่าที่กำลังจะบาน ปลายกลายเป็นอีกประเด็นความขัดแย้งในสังคม ที่หากรัฐบาลไม่ออกมาแสดงท่าทีที่ชัดเจน ต่อความพยายามของบางฝ่ายที่จะนำเรื่องนี้ไปขยายผล ย่อมทำให้สถานการณ์รุนแรง

มาจนถึงท่าทีความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเวลานี้ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดง ผู้ต้องหาหนีหมายจับหลายคดีที่เข้ามอบตัว จะรอฟังการพิจารณาในวันนี้ว่าจะได้รับการประกันตัวชั่วคราวหรือไม่ หลังจากรอบแรกศาลได้ค้านประกันตัวไปแล้ว

ประเด็นนี้ยังน่าเป็นห่วงว่าจะถูกหยิบยกไปใช้เป็นเครื่องมือการปลุกการเคลื่อนไหวใดๆ หรือเชื่อมโยงไปสู่แรงกดดันเรื่องนิรโทษกรรมหรือไม่

โดยเฉพาะในช่วงที่กลุ่มเสื้อแดงคนอื่นๆ เริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ทั้ง เมธี อมรวุฒิกุล พรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ เคทอง อดีตเลขานุการ ที่เริ่มออกมาปรากฏตัวในช่วงนี้ ล่าสุดเตรียมตั้งกลุ่ม เสธ.แดง เรดการ์ด และสร้างอนุสาวรีย์ เสธ.แดง ที่ไม่รู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร

ปัจจัยต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปจนถึงช่วงปีใหม่ทั้งในและนอกสภา จึงเป็นอีกช่วงสำคัญทางการเมืองที่จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง