
รัฐบาลอย่าเพิ่งวางมือ
แม้บรรยากาศในยามนี้จะดูเหมือนกับว่าวิกฤตมหาอุทกภัยได้คลี่คลายไปแล้ว 90%
แม้บรรยากาศในยามนี้จะดูเหมือนกับว่าวิกฤตมหาอุทกภัยได้คลี่คลายไปแล้ว 90%
ทว่าในความเป็นจริงยังมีพื้นที่ประสบภัยหลายแห่งยังอยู่ในห้วงทุกข์จากน้ำท่วมขัง เช่น ชุมชน 30 แห่งใน กทม. และพื้นที่หลายอำเภอในต่างจังหวัด ไล่ตั้งแต่ จ.นนทบุรี นครปฐม และปทุมธานี ผู้คนหลายหมื่นครอบครัวยังต้องทนทุกข์เช่นเดิม เวลาในการเข้าสู่โหมดฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชนเหล่านี้ต้องลากยาวออกไป หลายคนต้องฉลองปีใหม่ภายในบ้านที่น้ำเน่าล้อมรอบ
ขณะเดียวกันหากย้อนมองไปยังรัฐบาลที่อาสาเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศนั้น หลายองค์กร หลายหน่วยงานได้วางมือจากการดำเนินงานแก้ ไขปัญหาน้ำท่วมเสมือนประหนึ่งว่ามหาอุทกภัยได้ผ่านพ้นไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
ภารกิจเร่งด่วนในการกอบกู้พื้นที่น้ำท่วมขังยาวนานถูกวางลงและลดระดับความสำคัญลงมา เปลี่ยนมาเป็นการแบมือเร่งรัดขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ถนน สะพาน และสถานที่ราชการที่ได้รับความเสียหาย แทนที่จะมุ่งเน้นเยียวยาบ้านเรือนและชีวิตของผู้คน
เจ้าหน้าที่รัฐหลายแห่งกลับเข้าสู่กรมกองและปฏิบัติราชการเช่นภาวะปกติ ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แม้จะยังเปิดศูนย์ให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ แต่ภายใน ศปภ.แทบร้างผู้คนมาทำงาน กลไกการให้ความช่วยเหลือประชาชนกลับไปใช้กลไกระบบราชการที่อืดอาดและล่าช้า
การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต การเข้าถึงระบบการให้บริการสาธารณสุขที่อาจมีโรคร้ายหลังน้ำลด การจัดการขยะที่มีปริมาณมหาศาล และอาชญากรรมที่ทวีความรุนแรง กลับถูกละเลย
ผู้นำรัฐบาลและรัฐมนตรีกลับประกาศต่อสาธารณะว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูความเสียหายแล้ว แต่รูปธรรมแห่งการฟื้นฟูกลับไม่ปรากฏ มีเพียงคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) โดยไร้แผนปฏิบัติการต่อเนื่อง
นี่คือความเป็นจริงในกระบวนการจัดการของรัฐบาลไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบทั้งก่อนและหลังวิกฤต
ในขณะที่ประเทศพัฒนานั้น ก่อนภารกิจการฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้างและลงทุนสร้างอนาคตประเทศจะเริ่มต้น ภารกิจเร่งด่วนในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของคนในชาติจะถูกยกชั้นขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ และไม่ละวางแม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงมา
รัฐบาลจะต้องเดินหน้าส่งความช่วยเหลือไปยังทุกพื้นที่ที่ยังประสบภัยอยู่ เพื่อบรรเทาทุกข์และนำวิถีชีวิตที่ปกติสุขของผู้คนในสังคมคืนมาเหมือนที่เคยเป็นมา คู่ขนานไปกับการจัดการวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อมิให้ปัญหาเหล่านั้นหวนกลับมาอีกครั้ง
ในสถานการณ์เช่นนี้ สมาธิของรัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองควรจะใจจดใจจ่อในการแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่ใช้อำนาจทางการเมืองไปช่วยเหลือคนใดคนหนึ่งแทนปวงประชาที่เดือดร้อนแสนสาหัส







