
ครม.ปิดเงียบ!เพิ่มสวัสดิการผู้ทรงเกียรติอื้อ
ครม.งุบงิบอนุมัติหลักการเพิ่มค่ารักษาพยาบาล ส.ส.-ส.ว. เบิกได้ครั้งละ 1แสน-ผ่าตัด 1.2แสน จากเดิมใช้ประกันสุขภาพกลุ่มหัวละ2หมื่น
ครม.งุบงิบอนุมัติหลักการเพิ่มค่ารักษาพยาบาล ส.ส.-ส.ว. เบิกได้ครั้งละ 1แสน-ผ่าตัด 1.2แสน จากเดิมใช้ประกันสุขภาพกลุ่มหัวละ2หมื่น
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 13ธ.ค. ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ.... และ ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับการประกันสุขภาพ(การรักษาพยาบาล) ของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
อย่างไรก็ตามทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้มีการแถลงเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชน
จากการตรวจสอบพบว่าร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับการประกันสุขภาพ(การรักษาพยาบาล) ของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ... ที่ครม.อนุมัตินั้น ได้เพิ่มสิทธิในการรักษาพยาบาลให้กับสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)มากขึ้น จากเดิมที่ได้รับการประกันสุขภาพเป็นรายปี โดยมีการเบิกจ่ายเงินงบในลักษณะการประกันสุขภาพกลุ่มในอัตราไม่เกิน 20,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 12.6 ล้านบาท
ขณะที่ร่างที่แก้ไขฉบับนี้ได้ปรับให้เป็นส.ว.และส.ส.ได้รับสิทธิประโยชน์สวัสดิการรักษาพยาบาล โดยสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลทั่วไปต่อครั้งได้ 100,000 บาท ค่าผ่าตัดต่อครั้งได้ 120,000 บาท และค่าตรวจสุขภาพประจำปีได้ 7,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2556 เพราะปี2555 ยังอยู่ในสัญญาประกันสุขภาพกลุ่ม ซึ่งต้องรอให้สิ้นสุดสัญญาก่อน เพื่อไม่ให้มีการจ่ายเงินงบประมาณซ้ำซ้อนกัน
อย่างไรก็ตามเรื่องเดิมที่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งร่างระเบียบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ครม.พิจารณานั้น จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ปีละ 124.63 ล้านบาท ซึ่งได้กำหนดค่ารักษาพยาบาลทั่วไปอยู่ที่ครั้งละ 120,000 บาท ก่อนที่จะปรับลงมาเหลือ 100,000 บาท, ค่าแพทย์ผ่าตัดครั้งละ 200,000 บาท ก่อนที่จะถูกปรับลงเหลือ 120,000 บาท และค่าตรวจสุขภาพประกันปี 10,000 บาท ก่อนที่จะปรับลงมาเหลือ 7,000 บาท
นอกจากนี้ตามร่างกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นฯที่ครม.อนุมัติ กำหนดให้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร(ประธานรัฐสภา) จะได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการวุฒิสภา กรรมาธิการรัฐสภาและกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งเฉพาะครั้งที่มาประชุมในอัตราครั้งละ 1,500 บาท และกำหนดให้อนุกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร อนุกรรมาธิการวุฒิสภา อนุกรรมาธิการรัฐสภาและอนุกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งครั้งละ 800 บาท
สำหรับข้อเสนอที่จะให้ผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการรัฐสภาสามัญได้รับเบี้ยประชุมครั้งละ 1,000 บาทนั้น ไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจาก เห็นว่าไม่สมควรจะกำหนดให้ได้รับเบี้ยประชุมอีก เนื่องจากเป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่ปกติของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับเงินเดือนเป็นประจำอยู่แล้ว
ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของส.ส.,ส.ว.,กรรมาธิการส.ส.,กรรมาธิการส.ว.,กรรมาธิการรัฐสภา และกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา ให้ได้รับสิทธิเบิกค่าเดินทางในอัตราเดียวกับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง
สำหรับส.ส.และส.ว.ที่เดินทางโดยพาหนะส่วนตัวมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะในการเดินทางมาประชุม







