
กทม.ตั้งกรรมการแก้น้ำท่วมระยะยาว
กทม.เตรียมตั้งกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว เดินหน้าผุดอุโมงค์ยักษ์อีก 3 แห่งรองรับน้ำเหนือ
กทม.เตรียมตั้งกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว เดินหน้าผุดอุโมงค์ยักษ์อีก 3 แห่งรองรับน้ำเหนือ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์อุทกภัยกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว กทม.จะตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว โดยตัวเองจะเป็นประธานการบริหารจัดการ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการจัดตั้ง เพราะขณะนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องน้ำและขยะตกค้าง
ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต้องขอความร่วมมือจากรัฐบาลด้วย เพราะโครงสร้างของระบบระบายน้ำ กทม.ที่มีอยู่ สร้างขึ้นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังกรณีฝนตกหนักและน้ำล้นตลิ่งเท่านั้น แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อระบายน้ำจากเหนือลงใต้
นอกจากนี้ กทม.ยังมีโครงการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำเพิ่มอีก 3 แห่ง โดยแต่ละอุโมงค์สามารถระบายน้ำได้ 245 ลบ.ม./วินาที และมีศักยภาพมากกว่าอุโมงค์ยักษ์พระราม 9-รามคำแหง ที่สามารถระบายน้ำได้ 155 ลบ.ม./วินาที อย่างไรก็ตาม หากจะพัฒนาระบบระบายน้ำได้เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือลงใต้ กทม.จะต้องหารือร่วมกับรัฐบาลให้ชัดเจนอีกครั้ง
“ผมยังมีความวิตกกังวล เพราะ กทม.อยู่ปลายน้ำ ปัญหาน้ำที่เกิดขึ้นจึงต้องมีการจัดการพื้นที่ที่อยู่เหนือ กทม.ด้วย อย่างในปีนี้ปัญหาน้ำท่วมเกิดจากฝนตกหนักและน้ำล้นเขื่อน ดังนั้นจะต้องมีการป้องกันร่วมกันกับรัฐบาล” ผู้ว่าฯกทม. กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ขยะในปัจจุบัน กทม.ได้ดำเนินการว่าจ้างอาสาสมัครจัดเก็บขยะในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และมีนโยบายที่จะเช่ารถบรรทุก รถตักขยะเพิ่มเติม แต่ติดปัญหารถขาดแคลน เพราะขณะนี้หลายหน่วยงานมีความต้องการใช้รถจำนวนมาก ซึ่ง กทม.จะเร่งหารถขยะมาเพิ่มให้ได้ เพราะยังมีขยะตกค้างหลายหมู่บ้านชุมชนและมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเร่งจัดการให้ กทม.ปลอดขยะก่อนสิ้นปีนี้
ขณะเดียวกัน กทม.ได้ดำเนินการกู้ถนนพหลโยธินและถนนบรมราชชนนีจนสามารถเปิดใช้สัญจรได้แล้ว รวมทั้งจะเร่งกู้ถนนบรมราชชนนีฝั่ง จ.นครปฐม และถนนพุทธมณฑลสาย 3 ให้แห้งภายในเที่ยงคืนวันที่ 13 ธ.ค. และคาดว่าน้ำจะแห้งทุกพื้นที่ภายในวันที่ 31 ธ.ค.อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ โรงเรียนในสังกัด กทม.เกือบทั้งหมดได้เปิดเทอมเรียบร้อยแล้ว ยกเว้นโรงเรียนบางแห่งที่เขตคลองสามวาและทวีวัฒนายังมีน้ำท่วมขังอยู่ กทม.จึงได้สร้างสะพานไม้ให้นักเรียนเดินทางเข้าโรงเรียนได้ และอาจต้องมีการเรียนการสอนชดเชยเพิ่มอีก 7 วันต่อสัปดาห์







