
ตรวจข้อต่อสู้ยึดทรัพย์ 3 แม่ลูกชินวัตร
ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท คุณหญิงพจมาน นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ในฐานะผู้คัดค้านที่ 13 ในคดีได้ขึ้นศาลเบิกความและเขียนคำแถลงปิดคดียืนยันการเป็น
“เจ้าของทรัพย์สิน” 6 หมื่นล้านบาทฉะนั้น
“คำคัดค้าน” ของบุคคลทั้งสามจึงถือเป็น “ประเด็น” ที่ศาลจะต้องพิจารณาว่าจะมีน้ำหนักหักล้างข้อกล่าวหาของอัยการสูงสุดได้หรือไม่!!ประเด็นข้อต่อสู้ของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร หักล้างว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาท ร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และไม่ได้อำพรางไว้ในชื่อบุตรญาติพี่น้อง หุ้นชินคอร์ปของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน มีมาตั้งแต่ปี 2526 และมีอยู่ก่อนถูกฟ้อง ต่อมามีการซื้อหุ้นเพิ่มจนกระทั่งวันที่ 1 ก.ย. 2543 มียอดหุ้น 69,300,000 หุ้น หุ้นละ 10 บาท จึงได้โอนขายให้นายพานทองแท้และนายบรรณพจน์
หลักฐานที่คุณหญิงพจมานใช้แสดงต่อศาล คือ การจดแจ้งการโอนขายหุ้นต่อนายทะเบียนหุ้นของชินคอร์ป คือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) ในฐานะนายทะเบียน โดยได้จดแจ้งการโอนหุ้นให้นายพานทองแท้และนายบรรณพจน์เข้าเป็นผู้ถือหุ้นชินคอร์ป ตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 58 และแจ้งแบบการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งหุ้นชินคอร์ปต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และได้มีการชำระเงินค่าหุ้นจากนายพานทองแท้และนายบรรณพจน์ผู้ซื้อ พร้อมทั้งแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบในปี 2544
ส่วนการขายหุ้นเพียงหุ้นละ 10 บาท ต่ำกว่าราคาตลาด เพราะซื้อขายกันระหว่างแม่กับลูก ส่วนนายบรรณพจน์ก็ขายให้ในฐานะเกื้อกูลกันมาตั้งแต่เด็กและนายบรรณพจน์ร่วมก่อตั้งชินคอร์ป
ส่วนข้อกล่าวหา น.ส.พินทองทา ถือหุ้นชินคอร์ปแทนคุณหญิงพจมาน และรับเงินปันผลจากชินคอร์ปและส่งให้คุณหญิงพจมาน โดยทำเป็นจ่ายค่าซื้อหุ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 5 บริษัทจากวินมาร์ค
ประเด็นนี้ นายมาห์มูด โมฮัมหมัด อัล อันซารี เจ้าของวินมาร์ค ให้การศาลดูไบ รับรองคำให้การยืนยันว่า เป็นเจ้าของวินมาร์คที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียว และซื้อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จาก พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ในปี 2543 และรับโอนหุ้นชินคอร์ป มาจากธนาคาร UBS AG สิงคโปร์ในปี 2544 วินมาร์ค จึงไม่ใช่บริษัทของคุณหญิงพจมาน และ พ.ต.ท.ทักษิณ
คำคัดค้านนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปและเทขายกองทุนเทมาเซก นายพานทองแท้หักล้างว่า เป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ป 458,550,220 หุ้น ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) เพราะมีการซื้อขายจ่ายเงินถูกต้องตามกฎหมายและรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ เมื่อขายหุ้นบริษัททั้งหมดให้กับบริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ และบริษัท แอสเพน โฮลดิ้งส์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มทุนเทมาเซก ประเทศสิงคโปร์ เงินที่ได้รับมาจำนวน 17,150,292,534 บาท จึงเป็นกรรมสิทธิ์ของตนอย่างถูกต้อง ซึ่งต่อมาแบ่งขายหุ้นให้ น.ส.พินทองทา หุ้นละ 1 บาท ซึ่งมีการชำระค่าหุ้นเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์
ส่วนหุ้นชินคอร์ปในแอมเพิลริช พ.ต.ท.ทักษิณโอนหุ้นนี้ให้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2543 เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดซึ่งเกิดในวันที่ 2 ธ.ค.
น.ส.พินทองทา หักล้างว่า เข้าซื้อหุ้นชินคอร์ปต่อจากนายพานทองแท้ โดยคุณหญิงพจมานจ่ายเช็คชำระค่าหุ้นให้นายพานทองแท้ ก็เพราะเป็นเงินที่คุณหญิงพจมานให้ น.ส.พินทองทา เนื่องในวันเกิดวันที่ 17 เม.ย. 2545 จำนวน 370,000,000 บาท จึงนำเงินนั้นไปซื้อหุ้นจากพี่ชายซึ่งต้องการให้ลงทุนร่วมจึงแบ่งขายหุ้นให้และเงินนั้นไม่ได้ถูกโอนกลับเข้าบัญชีคุณหญิงพจมาน
อีกทั้งการขายหุ้นชินคอร์ปของนายพานทองแท้ให้กับเธอนั้นก็ทำโดยอิสระ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานไม่ได้บังคับหรือเกี่ยวข้องกับหุ้น







