
รัฐธรรมนูญไทย อำนาจใคร
วันที่ 10 ธ.ค. 2475 เป็นวันแรกที่ประเทศไทยได้ใช้รัฐธรรมนูญ
วันที่ 10 ธ.ค. 2475 เป็นวันแรกที่ประเทศไทยได้ใช้รัฐธรรมนูญ
โดย..สมผล ตระกูลรุ่ง
โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้กับเจ้าพระยาพิชัยญาติ (ดั่น บุนนาค) ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกฎหมายที่กำหนดโครงสร้างการปกครองบ้านเมือง รูปแบบการปกครองจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ ก็อยู่ที่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญนั่นเอง
ไม่ได้แปลว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้วจะเป็นประชาธิปไตย จึงเป็นการเข้าใจผิด
ประเทศไทยเราเริ่มมีรัฐธรรมนูญใช้เมื่อปี 2475 ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. โดยคณะราษฎร ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการทหารและพลเรือน นำโดยพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหัวหน้า
ถ้าจะเรียกกันแบบชาวบ้าน คณะราษฎรก็คือคณะปฏิวัติ ที่ทำการสำเร็จ สามารถเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ โดยไม่มีการสู้รบด้วยกำลัง ทั้งนี้เพราะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทรงตัดสินพระทัยที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยสงบ
ดังความตามพระราชหัตถเลขา ที่ทรงเขียนในเดือน ส.ค. 2475 ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ได้แปลเป็นภาษาไทย ดังนี้
“ถ้าเราจะรบโดยใช้ทหารหัวเมือง นั่นเป็นของแน่ที่เราอาจทำได้ แต่ฉันไม่ยินยอมเลยแม้แต่ชั่วขณะเดียว เพราะเจ้านายในกรุงเทพฯ อาจจะถูกฆ่าหมด ฉันรู้สึกว่าฉันจะนั่งอยู่บนราชบัลลังก์ที่เปื้อนโลหิตไม่ได้...”
ในหลวงรัชกาลที่ 7 ท่านทรงยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องการให้คนไทยฆ่ากันเอง เพราะทรงตั้งพระทัยไว้แล้วว่าจะเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เหมือนตะวันตก
พระองค์ทรงมอบอำนาจการปกครองประเทศให้กับคณะราษฎร ให้เปลี่ยนแปลงประเทศตามอย่างตะวันตก ที่นักเรียนในสมัยนั้นเชื่อว่าดี เชื่อว่าทันสมัย
แต่แทนที่สยามประเทศจะเจริญเหมือนตะวันตก กลับตกต่ำย่ำอยู่กับที่ ไม่ได้เจริญเหมือนประเทศตะวันตก พื้นฐานที่พระมหากษัตริย์องค์ก่อนได้วางไว้ กลับไม่ได้พัฒนาให้ก้าวหน้า
รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้น ไม่ว่าจะดีเพียงใด ก็ไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยขี้โกงของนักธุรกิจการเมืองได้ แม้จะมีกลไกตรวจสอบหรือควบคุมนักการเมืองเพียงใด แต่คนกลุ่มนี้มีความสามารถเฉพาะตัวที่หลีกเลี่ยงได้
นักการเมืองไทย เป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการปกครองประเทศ ด้วยเหตุนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 7 จึงได้ทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2477 ขณะประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ด้วยทรงเห็นว่า อำนาจที่พระองค์สละไปนั้น ไม่ได้ถึงมือประชาชนที่แท้จริง ดังเหตุผลตามพระราชหัตถเลขาว่า
“ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”
ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 จนถึงปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเราใช้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ชั่วคราวและฉบับ (ที่ตั้งใจให้) ถาวรไปแล้ว 18 ฉบับ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนักการเมืองไทยๆ ได้
แม้รัฐธรรมนูญปี 2540 หรือฉบับปัจจุบัน 2550 ซึ่งมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบนักการเมืองเจ้าเล่ห์ได้ เพราะแทนที่รัฐธรรมนูญจะตรวจสอบนักการเมือง กลับกลายเป็นนักการเมืองทำลายระบบการตรวจสอบจนไม่มีประสิทธิภาพ และใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ ปลุกเร้าผู้คนให้ตกเป็นทาสของตนเองเพื่อประโยชน์ของตนเอง
พระมหากษัตริย์ท่านทรงยอมแพ้ยอมสูญเสียอำนาจเพื่อรักษาประเทศ รักษาชีวิตผู้คน ทั้งๆ ที่สามารถต่อสู้เอาชนะได้ พระองค์ทรงเสียสละเพื่อปวงชน แต่นักการเมืองไทยๆ ผู้สร้างรัฐธรรมนูญ ยอมให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ เพื่อชัยชนะและอำนาจของตนเอง







