
สภานัดลงมติซักฟอกประชา09.30น.
สภานัดลงมติซักฟอกประชา09.30น.มาร์คสรุปจัดการน้ำสอบตกทุกข้อหากสส.รัฐวางใจนายกฯต้องรับผิดชอบ
สภานัดลงมติซักฟอกประชา09.30น.มาร์คสรุปจัดการน้ำสอบตกทุกข้อหากสส.รัฐวางใจนายกฯต้องรับผิดชอบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สรุปญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่าความคาดหวังที่น่าจะได้จากผอ.ศปภ. 1.การตั้งคนต้องมีประสิทธิภาพด้านบริหารจัดการ 2.สร้างความเชื่อมั่นสร้างความเข้าใจให้ประชาชนปรับตัวอยู่ได้ในภาวะวิกฤติ 3.ซื่อสัตย์สุจริต ยึดประโยชน์ส่วนรวม และข้อ4.ต้องมีใจให้ประชาชน ทั้ง 4 ข้อ พล.ต.อ.ประชา สอบตกทุกข้อ
สอบตกเรื่องประสิทธิภาพการบริหาร กล่าวคือให้คนที่มีอิทธิพลในแต่ละพื้นที่มาต่อรองการบริหารน้ำ มันจึงเป็นอย่างนี้ การตั้งคนสมุทรปราการ มาเป็นผอ.ผันน้ำ เขาบอกเองว่าเป็นคนสมุทรปราการ ไม่อยากให้ท่วมสมุทรปราการ ดังนั้น ความกดดันอยู่ที่การปล่อยให้ประตูน้ำแตก 14 แห่ง โดยที่ศปภ.ไม่ทราบ และเพิ่งมาซ่อมเสร็จเมื่อไม่กี่วัน นี่คือ 50 วันที่สูญเปล่า เอาน้ำมากองในที่ที่ไม่ใช้ที่อยู่ตามธรรมชาติ และพยายามปัดความรับผิดชอบโดยตลอด
วันที่ตัดสินใจว่านำบิ๊กแบ็กมาวางคือวันที่ประตูระบายน้ำแตก แสดงว่าศปภ.ทำงานโดยไม่มีแผนรองรับ เลขาท่าน (ถิรชัย วุฒิธรรม) ยอมรับเองว่าศปภ.ทำงานแบบไม่มีแผน นี่คือการสอบตกในเรื่องประสิทธิภาพการระบายน้ำ ประตูระบายน้ำไปทางตะวันออก ไม่เปิดเต็มที่ เพราะไม่มีคำสั่ง หรือเปิดแล้วต้องปิดเพราะมีคนต่อว่ามา ประสิทธิภาพเรื่องการระบายน้ำจึงไม่มี
สอบตกเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องของการสื่อสาร คำว่า "เอาอยู่" ของท่านจะเป็นวลีเด็ดประจำปีนี้ การแนะนำให้อพยพ ในวันที่ไปเยี่ยมศปภ. ได้ถามว่าถ้าประชาชนติดเกาะจะเอาข้าวกี่แสนกล่องไปส่ง แล้วเอาไปส่งจริงหรือไม่ ที่สำคัญนิคมอุตสาหกรรม ต่างๆ ที่นวนคร วันที่ท่านประชา ไปตรวจท่านว่าเอาอยู่ ขณะที่นำกำลังเข้า คนงานกำลังอพยพ ทำให้ความเสียหายลุกลามบานปลายกว่าที่มันจะเป็น ภาคเอกชนป้องกันไม่ได้ แต่สามารถลดความเสียหายได้ถ้าได้รับข้อมูลจริง
สอบตกเพราะทำผิดกฎหมาย เนื่องจากปล่อยให้ส.ส.เข้าไปแทรกแซงการจัดสรรทรัพย์สิน ที่เป็นสิ่งของบริจาค ทั้ง ส้วม เรือ ยังติดชื่อ ส.ส. ส่วนส.ส.คนอื่นไปช่วยประชาชน วันนี้เห็นชัดเจน ถ้าไม่ผิดท่านยกเลิกคำสั่งทำไม ท่านเลือกส.ส.เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องกับท่านประชา แล้วสิ่งของที่เหลือ คนนอกอย่างบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ไปขอไม่ได้เพราะไม่ใช่พวกของท่าน ของที่ส่งมาจากญี่ปุ่นแช่อยู่ที่ศปภ. เต้นท์มีแต่ไปจัดซื้อในราคาที่จองหอง นี่คือการหาประโยชน์ทางการเมืองและหาประโยชน์อื่นท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน
สอบตกเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ต้องยอมรับว่าประเด็นเรื่องเงินเยียวยา และค่าชดเชย ส่วยบางระกำโมเดล มีจริง เกิดการเลือกปฏิบัติกับคนเป็นพวกไม่เป็นพวก บ้านเมืองแตกแยกยังไม่พอหรือ วันนี้บริหารสร้างความแตกแยกอีก ความแตกแยกระหว่างคนปริมณฑล กับกทม. ความแตกแยกของคนที่อยู่เหนือคันกับใต้คัน นี่คือผลงานของท่าน และจากที่ท่านไปเอื้อสิ่งเหล่านี้ ท่านจึงสอบตกเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
สอบตกเพราะไม่มีใจให้ประชาชน คิดอย่างไรในวันที่กำลังพล ทรัพยากรมีจำกัด ท่านเลือกทำถนนเข้าศปภ. 2 ทำให้ประชาชน บริเวณนั้น เดือดร้อน ท่านทำไมไม่ย้ายตัวเอง อย่างดีก็แค่เสียหน้ารอบที่ 2 แต่ประชาชนไม่เดือดร้อนมาก
เรื่องการการเยียวยา 5,000 บาท ขณะที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล คิดว่าน้ำ 7 วัน ชดเชย 5,000 ก็น่าจะเหมาะสม แต่วันนี้น้ำท่วม 1-2 เดือน สูงเท่าเอว เท่าอก น่าจะให้ 1 หมื่น 1.5 หมื่นบาท เรื่องอย่างนี้ฝ่ายค้านเสนอ ไม่เห็นทำเร็ว แต่นโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก ไม่เคยคิดเปลี่ยน โครงการพักหนี้หาเสียงอย่างไรก็ไปอย่างนั้น ไม่คิดถึงคนที่เป็นหนี้เสียจากน้ำท่วม ใจท่านอยู่กับอะไร ใจที่ไม่อยู่กับประชาชน จึงไม่มีควรอยู่ในตำแหน่งต่อไป
สุดท้ายเรื่องพ.ร.ฎ.อภัยโทษ มีคนคนที่เสนอท่านวันที่ 13 พ.ย.ให้ท่านเปลี่ยนปรับข้อความ แล้วท่านก็ไม่ส่งกลับให้คณะกรรมการ มีการส่งไปกฤษฎีกาก่อนค่อยส่งเข้าครม. ก็ไม่เคยมีการปฏิบัติ มาก่อน วันนั้นท่านต้องกล้ารับความจริง นักข่าวถามท่าน ท่านตอบว่า ครม.ไม่มีการพิจารณา แต่พอถูกจับได้ ท่านก็บอกว่าคิดไปเอง แล้วรัฐมนตรีในครม.ชุดของท่านไปบอกสื่อว่าอะไรที่ประชาธิปัตย์สงวนไว้รัฐบาลชุดนี้ก็ตัดได้ ท่านรอให้คนจะตีกันเพราะมีคนแตกแยก 2 ฝ่าย ท่านไม่พูดอะไร ท่านบอกจะรักษาความลับราชการ แต่จดหมายมาจากต่างประเทศฉบับเดียวความลับราชการไม่มีอีกต่อไป พอจับได้ไล่ทันก็ยกเลิก ไม่ต่างอะไรที่ตั้งส.ส.ขัดรัฐธรรมนูญ จับได้ก็ยกเลิก
เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าท่านพล.ต.อ.ประชา เป็นรมต.ต่อไปประชาชนจะทุกข์ยากมากกว่านี้ ผมอยากได้คนบริหารที่ได้มาตรฐาน วันนี้เรามีคนสูญเสียบ้านอยู่ไม่ได้ อายุเกิน 60 กู้ไม่ได้ จะดูแลเขาอย่างไร วันนี้ท่านทราบไหมว่าธุรกิจรายเล็กรายน้อย เขาไม่มีบริษัทแม่ช่วย แต่เขาต้องดูแลแม่ เขาไม่มีบริษัทประกันมาดูแล แต่มีเจ้าหนี้มาตามทวง ถ้าท่านทำอย่างที่ทำมา ความแตกแยกจะมีทั้งเรื่องน้ำ และเรื่องการเมือง นี่ไม่ใช่สิ่งที่การเมืองไทยสังคมไทยต้องการ รัฐบาลนี้ได้รับชัยชนะประชาชนคาดหวังว่าจะมาแก้ปัญหา วันนี้รมว.ยุติธรรม ได้รับการแต่งตั้งให้มาทำงานใหญ่ที่สุด พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว
"พรุ่งนี้เป็นหน้าที่ของส.ส.ใครยกมือสนับสนุน รมว.ยุติธรรม จะแตกแยก ในวันต่อไป แล้วภาระจะตกอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ก็เป็นอำนาจตัดสินใจ แต่พวกผมไม่ไว้วางใจ แต่ถ้าท่านนายกฯ จะตัดสินใจไว้วางใจ คนที่รับผิดชอบคนต่อไปคือนายกรัฐมนตรี"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ทั้งที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นัดสส.ลงมติในการอภิปรายญัติติไม่ไว้วางใจพล.ต.อ.ประชา ในเวลา 09.30น.วันนี้(28พ.ย.)







