posttoday
อยู่กับวิกฤตน้ำท่วม (ปลูกผักและผลไม้ในน้ำท่วม)

อยู่กับวิกฤตน้ำท่วม (ปลูกผักและผลไม้ในน้ำท่วม)

25 พฤศจิกายน 2554

ระหว่างวิกฤตน้ำท่วม สิ่งที่กระทบอย่างจังต่อชีวิตประจำวันของคนเราอย่างหนีไม่พ้นก็คือ

ระหว่างวิกฤตน้ำท่วม สิ่งที่กระทบอย่างจังต่อชีวิตประจำวันของคนเราอย่างหนีไม่พ้นก็คือ

โดย..ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

ระหว่างวิกฤตน้ำท่วม สิ่งที่กระทบอย่างจังต่อชีวิตประจำวันของคนเราอย่างหนีไม่พ้นก็คือ สิ่งของจำเป็นในการอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้น จนทำให้คนจนเดือดร้อนไปตามๆ กัน การที่ผลผลิตการเกษตรสำคัญ เช่น พืชผัก ผลไม้ มีราคาสูงขึ้นเช่นนี้ก็เนื่องจากพื้นที่การปลูกลดลงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ ทั้งน้ำไหลและน้ำนิ่งเอ่อท้น และหลายแห่งกลายเป็นบึงน้ำขังอยู่เป็นเวลานานนับเดือนหรือหลายเดือน

ภาวะเช่นนี้เราหลีกเลี่ยงได้ยากเพราะเป็นเรื่องธรรมชาติ แม้ปีนี้จะหลุดพ้นบ่วงกรรมไปได้ แต่ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้รับภาวะวิกฤตปีต่อไปอีก เพราะความสมดุลของสิ่งแวดล้อมเสื่อมทรามลงจนเกือบจะเกินเยียวยาแล้ว การเยียวยาธรรมชาตินั้นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันในทุกประเทศ แต่เรายังไม่เห็นการร่วมมือร่วมใจอย่างว่าเลย แม้แต่ประเทศในกลุ่มอาเซียนเองก็ไม่เห็นการปฏิบัติดังกล่าว ดูแต่กรณีทำให้โลกร้อนและเกิดมลภาวะอย่างรุนแรง เช่น ควันไฟจากการเผ่าป่าในเกาะสุมาตรา ซึ่งมีผลต่อหลายประเทศ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และแม้แต่เจ้าตัวคืออินโดนีเซียเอง

ภาวะน้ำท่วมน้ำขังเช่นที่เกิดกับประเทศไทย (เขมร เวียดนาม ฟิลิปปินส์) นั้นทำให้เราต้องหวนไปคิดถึงเรื่องของการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อมดังกล่าว นั่นคือ การผลิตอาหารประเภทพืชผักผลไม้บางชนิดท่ามกลางสายน้ำโดยไม่ต้องอาศัยผืนแผ่นดินเสียด้วยซ้ำ

อยู่กับวิกฤตน้ำท่วม (ปลูกผักและผลไม้ในน้ำท่วม)

 

การผลิตพืชหลายชนิดดังกล่าวจำเป็นต้องใช้แพไม้ไผ่ซึ่งหาได้ในหลายจังหวัดที่น้ำท่วมน้อย หรืออยู่บนที่ดอน เช่น กำแพงเพชร พิษณุโลก ลำปาง น่าน ฯลฯ ซึ่งผู้คนในจังหวัดต่างๆ เหล่านี้ได้ทำแพไม้ไผ่สูงมาช่วยผู้ประสบอุทกภัยในภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แพไม้ไผ่เหล่านี้หากทำให้มีขนาดเหมาะสมและดัดแปลงเพียงเล็กน้อยสามารถใช้เป็นแปลงปลูกพืชเกษตรได้หลายชนิดโดยไม่ต้องใช้ดินปลูกเลยด้วยซ้ำ ชาวบ้านที่เรียนรู้วิถีแห่งชีวิตเช่นนี้ได้แก่ชาวพม่าในอินเลย์เลค (ทะเลสาบในพม่า) พวกนี้ต่อแพไม้ไผ่ซึ่งลอยน้ำได้ดีและปลูกพืชผักหลายชนิดบนกองวัสดุซึ่งทำขึ้นจากสาหร่ายน้ำจืด ซึ่งชาวบ้านลอกขึ้นมาจากในน้ำ นำขึ้นมากองทับถมกันเป็นปุ๋ยหมักจากซากพืชน้ำดังกล่าว ซึ่งเมื่อเน่าเปื่อยผุพังก็จะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์อย่างดีต่อพืชผักและไม้ดอกหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น มะเขือเทศ แตงกวา แตงร้าน ถั่วฝักยาว พริก มะเขือ ไม้ดอกที่ปลูกกันมาก ได้แก่ ดาวเรือง เบญจมาศ รักเร่ แอสเตอร์ แกลดิโอลัส และแม้แต่กุหลาบ แปลงปลูกบนแพลูกบวบเหล่านี้จะยุบตัวลงได้อย่างรวดเร็วมากเนื่องจากสาหร่ายและผักตบชวานั้นมีน้ำเป็นองค์ประกอบเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องทยอยกันเสริมแปลงปลูกด้วยวัชพืชน้ำดังกล่าวอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังอาจเสริมธาตุอาหารด้วยปูนขาวและปุ๋ยคอกเก่าอีกด้วย เราจึงเห็นแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจเหล่านี้ลอยอยู่อย่างเป็นระเบียบ ดูเป็นระบบ ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกับประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ตามบ้านเรือนตลอดแนวลำน้ำในอินเลย์เลค

สำหรับรายชื่อพืชผักซึ่งสมควรปลูกหมุนเวียนกันมีดังต่อไปนี้ กระเจี๊ยบเขียว (Okra : Abelmoschus esculenta) ปลูกง่าย ชอบแสงแดดจัด เก็บฝักนึ่งเป็นผักจิ้มหรือชุบแป้งทอด, ผักบุ้ง (Water spinach : Ipomoea aquatica) ปลูกง่าย โตเร็ว ปรุงอาหารได้หลายชนิด เป็นของจำเป็นต้องปลูกทันที, ข้าวโพดหวาน (Sweet corn : Zea mays) ปลูกง่าย เติบโตเร็ว เก็บฝักปรุงประกอบอาหารได้หลายอย่าง, หอมแดง (Shallots : Allium cepa) ขาดไม่ได้ในการใช้ประกอบอาหารคาว, บวบหอม (Luffa cylindrica), บวบงู (Trichosanthes cucumerina), ฟักทอง (Cucurbita moschata) กินได้ทั้งยอดอ่อนและผล, บวบเหลี่ยม (Luffa acutangula), มะระขี้นก (ผลเล็ก) Momordica charantica, ถั่วพู (Psophocarpus tetragonolobus), ผักปลัง (Basella alba), พริกหนุ่ม (Capsicum annuum), ขิง (Zingiber officinalis), ขมิ้นขาว (Curcuma mangga), แมงลัก (Ocimum americanum), กระเฉด (Neptunia aleracea), มะระ (Momordica charantia), ชะพลู (Piper sarmentosum), มะแว้ง (Solanum trilobatum), มะเขือพวง (Solanum torvum), มะอึก (Solanum stramoniifolium) และผักกูด (Diplazium esculentum)

เกษตรกรในพื้นที่ริมน้ำมูล น้ำชี ดูจะคุ้นเคยกับการทำแปลงผักลอยน้ำดังกล่าวเช่นกัน แต่อาจใช้วัสดุสังเคราะห์ เช่น แผ่นโฟม (Styrofoam) ขนาดใหญ่มาประกอบเป็นภาชนะปลูกวางไว้บนหลังแพลูกบวบ แต่สิ่งที่ควรจะใส่ใจ คือ เทคนิคการตั้งกองวัสดุปลูกจากปุ๋ยหมักจากซากพืชที่ได้จากลำน้ำโดยใช้จุลินทรีย์เป็นตัวเร่งการย่อยสลายของเศษซากนั่นเอง @
 

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน