
กทม.สั่งเพิ่มเครื่องสูบหลังเปิด3ประตูระบายน้ำ
กทม.หวั่นระบายน้ำช้าหลังเปิด 3 ประตูระบายน้ำย่านลำลูกกา สั่งเร่งเพิ่มเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่างๆ ชี้คลองบางบัว-ลาดพร้าวอาจลดระดับช้า
กทม.หวั่นระบายน้ำช้าหลังเปิด 3 ประตูระบายน้ำย่านลำลูกกา สั่งเร่งเพิ่มเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่างๆ ชี้คลองบางบัว-ลาดพร้าวอาจลดระดับช้า
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย. กทม.ได้มอบหมายให้ นายสมภพ ระงับทุกข์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนกทม.เข้าร่วมเจรจา เพื่อหาข้อยุติกรณีประชาชนลำลูกกา และคลองสอง ชุมนุมประท้วง พร้อมทั้งรื้อกระสอบทรายริมคลองหกวาสายล่าง ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยตัวแทนชาวลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งกทม. ได้รับข้อพิจารณาของชาวจ.ปทุมธานีทุกข้อ โดยสรุปว่า จะเปิดประตูระบายน้ำ 3 แห่ง ดังนี้
1.ประตูระบายน้ำพระยาสุเรนทร์ ที่ระดับ 1 เมตรตลอดไป
2.ประตูระบายน้ำลำหม้อแตก จาก 20 ซม. เป็น 50 ซม.
3.ประตูระบายน้ำคลองสอง จากเดิม 1 เมตร เป็น 1.20 เมตร พร้อมทั้งจะเร่งระบายน้ำสู่คลองคูคตให้ได้ 3-5 ซ.ม.ต่อวัน
ทั้งนี้ กทม.ได้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวแล้ว สามารถรับข้อเสนอได้ แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนไปเป็นที่เข้าใจได้ว่า กทม.ยังคงมีอำนาจที่จะปรับลดหรือเพิ่มในส่วนที่เกี่ยวการเปิดประตูระบายน้ำ และมีสิทธิที่จะเปิดหรือหรี่ประตูระบายน้ำ ทังนี้จะแจ้งให้ประชาชนปทุมธานีทราบล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม กทม.จะติดตามการเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 แห่งอย่างใกล้ชิด และจะต้องไม่เกิดผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมบางชัน โดยผลกระทบนี้อาจเกิดขึ้นต่อคลองบางบัว และคลองลาดพร้าว มีอัตราลดลงของระดับน้ำช้า รวมถึงทำให้การระบายน้ำบนถนนสู่คลองทั้งสองล่าช้ากว่าเดิม ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งอาจจะทดแทนด้วยการเพิ่มเครื่องสูบน้ำพื้นที่ต่างๆ
"ดีใจที่ทั้ง ศปภ. กทม. และจ.ปทุมธานี ได้ร่วมกันหารือด้วยเหตุและผล รวมถึงหาทางออกร่วมกัน ซี่งกทม.ขอขอบคุณทุกฝ่าย ที่ร่วมกันทำงานเพื่อประโยชน์ในวันข้างหน้าต่อไป"







