
บ้านผมไม่ใช่ปราสาทที่จะเก็บเงินขนาดนั้น
สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์กรณีที่ถูกโจรปล้นบ้านครั้งนี้ว่า
สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์กรณีที่ถูกโจรปล้นบ้านครั้งนี้ว่า
เป็นเรื่องดิสเครดิตกันมากกว่า ต้องไปดูตามข้อเท็จจริงว่า เงินพันล้านจะเก็บอย่างไร และที่บ้านก็ไม่ใช่ปราสาท หรือราชวังที่จะมีที่เก็บเงินขนาดนั้น
“ก็ต้องดูกันเองตามข้อเท็จจริงว่าจะเชื่อได้หรือไม่ ซึ่งหากมีจริง คนร้ายขับรถกระบะมาแล้ว ทำไมถึงนำเงิน 1,000 ล้านบาทไปได้ไม่หมด ก็อยากจะให้ดูตามข้อเท็จจริงก่อน”
ส่วนเงินที่คนร้ายเอาไปได้นั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าจำนวนเท่าใด เพราะเป็นเงินสินสอดและเงินรับไหว้ของลูกสาว ซึ่งยังไม่ได้นับแค่นำมารวมๆ กันไว้ แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีเงินส่วนตัว เพราะจะไม่เก็บเงินส่วนตัวไว้ที่บ้านอยู่แล้ว
“คุณก็ต้องดูว่าเงินพันล้านมันต้องเก็บยังไง แล้วเงินมันก็เหมือนกับเป็นการดิสเครดิตกันอะไรกัน ส่วนเงิน 200 ล้านที่บอกว่าได้ไป มันไม่ใช่ มันมีที่ไหน มันก็เอามาพูดกัน มันไม่ใช่ ต้องพูดว่าถ้ามีเป็น 1,000 ล้าน หรือ 200 ล้าน ถ้ามีจริงแล้วมันจะเก็บยังไง เงิน 200 ล้านนี่มันเงินขนาดเท่าไร แบงก์ 1,000 ปึกละ 1,000 นี่ 200 ปึกแล้ว จะเก็บยังไง ถ้าดูตามข้อเท็จจริงแล้ว คนที่มาบอกว่าเอาไป 200 ล้าน เพราะเอาไปไม่หมด ทั้งๆ ที่ขับรถปิกอัพมา ถ้ามีจริง ทำไมจะเอาไปหมดไม่ได้ มันดูตามข้อเท็จจริงก่อน ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง”
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะสอบสวนกรณีดังกล่าวนั้น ผมยังไม่ทราบเลย เพราะทาง ป.ป.ช.ยังไม่ได้ติดต่อมา
สุดท้าย สุพจน์ บอกว่า ไม่ติดใจหรือสงสัยคนในบ้านว่าจะเป็นไส้ศึกด้วย เพราะวันที่คนร้ายขึ้นบ้าน เด็กในบ้านก็โทร.หาทันที และเช็กเวลากันแล้วมันเพียงนาทีเดียวที่คนร้ายขึ้นบ้าน







