
เปิดแนวคิดกุนซือกยอ.ออกพรบ.ตั้งองค์กรจัดการน้ำ
มหันตภัยผ่านไป ภาระที่รออยู่เบื้องหน้าคือการฟื้นฟู แต่จะฟื้นฟูอย่างไรไปในทิศทางไหน
มหันตภัยผ่านไป ภาระที่รออยู่เบื้องหน้าคือการฟื้นฟู แต่จะฟื้นฟูอย่างไรไปในทิศทางไหน
ทุกคนยังเฝ้ารอคำตอบจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ที่มี วีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน ซึ่งแม้จะยังไม่มีแนวทางที่เห็นรูปธรรม แต่ก็เริ่มเดินหน้า โดยการวางหลักสร้างองค์กรบริหารจัดการถาวรขึ้นมา และผู้รับผิดชอบงานนี้คือ วิษณุ เครืองาม อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
“ตอนที่ ดร.โกร่ง (วีรพงษ์) มาเชิญผมร่วมทำงาน ผมก็บอกว่าผมไม่รู้เรื่องน้ำ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการเงิน แล้วจะให้ผมทำอะไร ท่านบอกว่าจะให้ผมดูเรื่องการจัดองค์กร” วิษณุเล่าให้ฟังถึงที่มาของการเข้ามาร่วมงาน ซึ่งจากการพูดคุยหารือกับประธาน กยอ. ทั้งสองเห็นตรงกันว่า อำนาจของ กยอ.เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเล็กมาก หากเทียบกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีกฎหมายของตัวเอง และเป็นกฎหมายมีอำนาจมากกว่า เช่น กฎหมายผังเมือง ชลประทาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม
“อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อม หากเราจะคิดทำ ‘ฟลัดเวย์’ ถ้าเราเจอ มาตรา 67 รัฐธรรมนูญปี 2550 เช่นเดียวกับมาบตาพุด ทุกอย่างก็หยุดอยู่และทำอะไรต่อไปไม่ได้แล้ว จึงมอบให้ผมรับไปจัดการว่าคลี่คลายอย่างไร” วิษณุ ระบุ
วิษณุ อธิบายว่า ระบบบริหารราชการส่วนกลางของไทยมี 20 กระทรวง 148 กรม ซึ่งทุกหน่วยมีกฎหมายและอำนาจ หากการจัดการอยู่ในลักษณะกระจายเป็นเบี้ยหัวแตก ซึ่งเหมาะสำหรับการจัดการในภาวะปกติ แต่เมื่อเกิดภาวะวิกฤต ทำอย่างไรที่ให้อำนาจเหล่านั้นมารวมกันอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพื่อให้จัดการวิกฤตได้ แต่การรวมอำนาจครั้งนี้ไม่รวมถึงเรื่องอื่น แต่จะดูเฉพาะเรื่องน้ำเท่านั้น
“ก่อนจะตั้ง ‘องค์กร’ ต้องคิดเรื่อง ‘อำนาจ’ ก่อน เมื่อพ้นจากเรื่องอำนาจจึงจะพูดเรื่ององค์กรแล้วว่า ต้องมีการสร้างองค์กรขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้อำนาจเหล่านี้ และการออกบทบัญญัติกฎหมายต้องทำในรูปแบบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)” วิษณุ กล่าว
เขายกตัวอย่างการจัดตั้งกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีจอมพลสฤษดิ์ เป็น รมว. และ พจน์ สารสิน เป็น รมช. ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานด้านพลังงาน การพัฒนาที่ดิน การทางหลวง สหกรณ์ และทรัพยากรธรณี แต่ตั้งอยู่ได้ไม่นานและเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็ยุบเลิกไป
ขณะที่ในต่างประเทศก็มีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานเฉพาะในหลายรูปแบบ เช่น เทนเนสซีวัลเลย์ในสหรัฐ โครงการเอ็มไพร์สเตต กรณีการลงทุนของประเทศนิวซีแลนด์ หรือบางประเทศมีการจัดตั้งบรรษัทลงทุนที่คล้ายกับบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม และเขียนตัวบทกฎหมายให้อำนาจจัดการอย่างชัดเจนว่ามีอำนาจทำอะไรได้บ้าง
วิษณุ กล่าวว่า การดึงอำนาจส่วนราชการมาไว้ที่องค์กรจัดการน้ำที่มี พ.ร.บ.รองรับนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอำนาจการจัดการกระจายไปอยู่ในที่ต่างๆ ไม่สามารถจัดการวิกฤตในกรณีฉุกเฉินได้ เมื่อ พ.ร.บ.การจัดการน้ำฯ มีผลบังคับใช้ กยอ.ต้องสลายตัวทันที และถ่ายโอนภารกิจไปยังหน่วยงานน้ำ มีการกำหนดเงื่อนไขในกฎหมายด้วยว่า หากบทบัญญัติกฎหมายอื่นๆ ขัดแย้งกับกฎหมายฉบับนี้ ต้องให้กฎหมายนี้ชนะ เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปได้จริง ซึ่งการจัดตั้งองค์กรลงทุนด้านน้ำจะต้องออกมาในรูป พ.ร.บ.เท่านั้น ซึ่งตามกำหนดจะทำให้เสร็จใน 56 เดือน โดยองค์กรที่ตั้งขึ้นต้องมีอำนาจจัดการเด็ดขาด และต้องมีอำนาจเทียบเท่าหรือแทนหน่วยงานที่มีอยู่ทั้งหมด
นอกจากนี้ องค์กรนี้ต้องมีอำนาจในการกู้เงินด้วย มิฉะนั้นก็จะมีอุปสรรคจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง จะยก พ.ร.บ.เงินคงคลังฯ หรือ พ.ร.บ.ธนาคารชาติ มายืนยันว่าทำไม่ได้ สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อีกเช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม องค์การจัดการน้ำถือเป็นหน่วยงานของรัฐ จะต้องมีการแทรกแซงจากรัฐบาลแต่ละชุด จึงต้องมีการเขียนกติกาว่าการแทรกแซงจะอยู่ระดับใด จะให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงตามใจชอบไม่ได้
“เราจะเอารูปแบบต่างประเทศมาดู แต่เราจะทำแบบไทย เอาส่วนที่ดีที่สุดมา เพราะ 3 เดือนที่เราเจอวิกฤตน้ำท่วม แม้แต่หน่วยงานที่มีประสิทธิภาพสูงทำอะไรไม่ได้เลย บางหน่วยเกียร์ว่าง” วิษณุกล่าว สรุป







