posttoday
หวั่นฟ้องรัฐฉุดประกันยืดจ่าย

หวั่นฟ้องรัฐฉุดประกันยืดจ่าย

17 พฤศจิกายน 2554

สภาอุตฯผวาหลังเอ็นจีโอร้องบี้คปภ.ถ้ามีปัญหาขอก่อน50%

สภาอุตฯผวาหลังเอ็นจีโอร้องบี้คปภ.ถ้ามีปัญหาขอก่อน50%

เอกชนห่วงเอ็นจีโอฟ้องรัฐบาล กระทบค่าสินไหมล่าช้า เสนอกรณีตกลงไม่ได้ ขอให้จ่ายเงินประกัน 50% ก่อนเพื่อใช้ฟื้นฟู

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังหารือร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ขณะนี้ภาคเอกชนเริ่มกังวลเรื่องที่จะมีภาคประชาชน (เอ็นจีโอ) จะฟ้องร้องรัฐบาลในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากเกรงว่าบริษัทประกันภัยจะใช้เป็นข้ออ้างชะลอการดำเนินการประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม หรือถ้ามีการฟ้องร้อง การชดเชยค่าเสียหายจะยิ่งชะลอออกไป เพราะต้องรอให้ศาลตัดสินก่อน ซึ่งจะทำให้เรื่องมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ตามปกติการประกันเรียกเงินค่าสินไหมทดแทนจะใช้เวลาอย่างน้อย 10 เดือน โดยความเสียหายครั้งนี้รวมทั้งหมดประมาณ 7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเสียหายภาคธุรกิจ 6 แสนล้านบาท ครัวเรือน 5 หมื่นล้านบาท โดย 30% ของ 7 แสนล้านบาท หรือ 2 แสนล้านบาท เป็นเงินที่ประกันภัยต้องจ่าย

ภาคเอกชนจึงต้องการให้การชดเชยสินไหมเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งหากกรณีไหนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ยังตกลงความเสียหายที่ชัดเจนไม่ได้ ก็ต้องการให้จ่ายเงินประกันล่วงหน้ามาก่อน 50% เพื่อไปซ่อมโรงงาน หรือฟื้นฟูธุรกิจอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการทำหนังสือส่งไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้ผ่อนคลายกฎระเบียบให้บริษัทต่างชาติสามารถปล่อยเงินกู้ให้แก่บริษัทลูกในประเทศไทย หรือบริษัทที่เป็นซัพพลายเชนได้

“ข้อเสนอทั้งหมดได้สะท้อนไปยังรัฐบาลแล้ว ซึ่งข้อเสนอบางข้อได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มา เหลือแต่รายละเอียดที่รัฐบาลต้องกำหนดให้ถึงผู้ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้อย่างรวดเร็ว” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ต้องการขอให้รัฐลดการเก็บเงินหักภาษี ณ ที่จ่ายจากปัจจุบันที่ระดับ 3% เหลือ 0.5% เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) รวมทั้งเลื่อนการบังคับใช้การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ออกไปจนกว่าผู้ผลิตจะตั้งตัวได้

รวมทั้งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ออกไปอีก 6-12 เดือนเพื่อชดเชยช่วงที่ถูกน้ำท่วม และอยากให้ภาครัฐนำเงินกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่ 5.56 หมื่นล้านบาท มาช่วยจ่ายชดเชยให้ลูกจ้างในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องหยุดการผลิต

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ และบริษัท สวนอุตสาหกรรมบางกะดี กล่าวว่า เงินกู้สร้างเขื่อนถาวรป้องกันนิคมฯ ที่รัฐบาลให้ธนาคารออมสินดูแลดอกเบี้ย 0.01% เวลา 7 ปี ต้องการให้ขยายเป็น 15 ปี และนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 12 เท่า นอกจากนี้รัฐบาลต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำในอนาคตอย่างชัดเจน เพราะเรื่องดังกล่าวจะเป็นเงื่อนไขของการรับประกันภัยหากธุรกิจอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และจะส่งผลต่อการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในอนาคต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ห่วงอุตสาหกรรมนอกนิคมฯ ได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง 2.ภาษีที่รัฐบาลจะช่วยรายย่อย 3.ปัญหาการจ้างงาน และ 4.ปัญหาขาดช่างเทคนิคมาฟื้นฟูกิจการซึ่งจำเป็นต้องเร่งประสานกับกระทรวงศึกษาธิการให้นักศึกษาอาชีวะเข้ามามีส่วนร่วม  

 

ข่าวล่าสุด

ผู้ประกันตน กว่า 79% คาดหวังบอร์ดชุดใหม่ ปรับสิทธิรักษา-เงินบำนาญ

ผู้ประกันตน กว่า 79% คาดหวังบอร์ดชุดใหม่ ปรับสิทธิรักษา-เงินบำนาญ