
3วันน้ำเหนือไม่เติมจตุจักรแห้ง
ผู้ว่าฯกทม.เผยเครื่องสูบทำงานได้ดีหากน้ำเหนือไม่ไหลเติมลงอีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้อีก3วัน เชื่อโซนจตุจักรแห้ง
ผู้ว่าฯกทม.เผยเครื่องสูบทำงานได้ดีหากน้ำเหนือไม่ไหลเติมลงอีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้อีก3วัน เชื่อโซนจตุจักรแห้ง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากการตรวจพื้นที่น้ำท่วมบริเวณหน้าสวนจตุจักรและ 5 แยกลาดพร้าว พบว่า ปริมาณน้ำท่วมขังหน้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจตุจักรลดลงอย่างเห็นได้ชัดและแห้งหลายจุด โดยบริเวณ 5 แยกลาดพร้าวระดับน้ำลดลงเหลือประมาณ 10 ซม. ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสามารถสัญจรได้ ส่วนบริเวณถนนพหลโยธินตั้งแต่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวถึงบริเวณแยกรัชโยธินยังมีน้ำท่วมขังสูง 30-50 ซม.
ทั้งนี้หากไม่มีน้ำเหนือเข้ามาเพิ่ม เชื่อว่าภายในสุดสัปดาห์นี้น้ำจะแห้ง ส่วนแยกรัชโยธินจะเหลือน้ำขังไม่มาก ขณะที่ถนนรัชดาภิเษกต้องใช้เวลาระบาย เพราะเป็นพื้นที่ต่ำกว่าถนนรัชโยธิน
ด้านนายอิศราเมศร์ คชานุกูล ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กล่าวว่า หากใน 3-7 วันไม่มีน้ำเหนือเข้ามาเพิ่มเติมคาดว่าระดับน้ำในพื้นที่จตุจักรจะลดลงภายใน 3 วัน โดยจะระบายน้ำลงคลองเปรมประชากรและคลองลาดพร้าว
ผู้ว่าฯกทม.แนะต้องแยกแยะย้ายเมืองหลวง-ศูนย์ราชการ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า แนวคิดการย้ายเมืองหลวงมีมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องแยกกันระหว่างการย้ายเมืองหลวงหรือย้ายเฉพาะศูนย์ราชการ เช่น ประเทศมาเลเซียมีการแยกระหว่างศูนย์ราชการกับเมืองหลวงอย่างชัดเจน
"การย้ายเมืองหลวงหรือศูนย์ราชการนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเมืองหลวงของประเทศไทยต้องมีสถานที่ที่ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกท้องพระโรง เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม หรือมีสถานที่ประกอบพระราชพิธีได้ แต่ศูนย์ราชการสามารถย้ายได้ ดังนั้นต้องแยกแยะกัน"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่ขัดข้องในหลักการ แต่ต้องมีความชัดเจนว่าจะย้ายเมืองหลวงหรือศูนย์ราชการ หากเป็นการย้ายศูนย์ราชการต้องมีการวางระบบทั้งหมดเชื่อมต่อกัน ทั้งระบบสายไฟฟ้า สาธารณูปโภค อาคารเชื่อมต่อ โรงเรียน โรงพยาบาล เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ ส่วนข้าราชการและประชาชนจะได้รับสะดวกในการใช้บริการ







