
รัฐเล็งผุด"วอเตอร์แฟร์"ระดมสมองแก้ปัญหาน้ำ
รัฐถกเตรียมจัดงานวอเตอร์แฟร์ ระดมทุกฝ่ายร่วม เก็บข้อมูลป้อนกยน. เล็งใช้โมเดลเนเธอร์แลนด์จัดการน้ำ ฮึ่มจัดการสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ
รัฐถกเตรียมจัดงานวอเตอร์แฟร์ ระดมทุกฝ่ายร่วม เก็บข้อมูลป้อนกยน. เล็งใช้โมเดลเนเธอร์แลนด์จัดการน้ำ ฮึ่มจัดการสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เฉพาะด้านศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และ คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) เปิดเผยภายหลังร่วมหารือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะผู้เชี่ยวชาญน้ำจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่า การศึกษาต้นแบบบริหารจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ น พื้นที่ประเทศไทยอาจเหมือนเนเธอร์แลนด์แต่คนไม่เหมือน ทั้งนี้เนเธอแลนด์เจอสภาพนี้มานับร้อยปี แต่เขาอยู่ในวัฒนธรรม เบื้องต้นการจะเสนอรับแผนเนเธอร์แลนด์หรือไม่ ต้องดูว่าเราขาดอะไร สิ่งที่เราขาดเงื่อนไขเรามีเหมาะกับที่เขาเสนอหรือเปล่า
"ยังไม่อยากตั้งธงไว้ก่อนว่า ต้องทำอย่างนี้อย่างนั้น เพราะเกี่ยวข้องคนเยอะ และไมใช่เนเธอร์แลนด์เสนอประเทศเดียว ยังมีหลายประเทศเสนอความช่วยเหลือมา มีจุดแข็งจุดอ่อน ต้องประเมินทั้งหมด เรายังไม่ผูกชัดจะเอาของคนนั้นคนนี้"นายอานนท์กล่าว
อนึ่ง เมื่อเวลา 10.00 น. นายโยฮานเนส อานดรีซ์ บัวร์ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย นำคณะผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเนเธอร์แลนด์มาให้คำปรึกษาวางระบบน้ำในประเทศไทย เข้าพบนายกรัฐมนตรี โดยมีนายวีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ของศปภ. นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์พลังงานเพื่อ สิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมหารือ
นายอานนท์ กล่าวว่า ในส่วนของไทยเห็นว่าจะมีการจัดงาน”วอเตอร์แฟร์” ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ แต่อาจจะเร็วกว่านั้น ทั้งนี้ งานดังกล่าว ไม่ใช่เฉพาะจัดให้ฝ่ายวิชาการเชี่ยวชาญด้านน้ำมาร่วมถกแสดงความคิดเห็นฝ่ายเดียว แต่จะเป็นการจัดเวทีเชิญทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประชาชนคนเดินถนนมาสะท้อนมุมมองความเห็นเพื่อรวบรวมข้อมูลเข้าระบบ ซึ่งอย่างน้อย คณะกรรมการยุทธศาสตร์วางระบบเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) จะเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้ ขณะเดียวกันเนเธอร์แลนด์จะใช้เวทีนี้รวบรวมข้อมูลในส่วนนี้ด้วย
นายอานนท์ กล่าวว่า การศึกษาบริหารจัดการน้ำไม่ใช่ครั้งแรก มีการศึกษามาเยอะ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยนำสู่การปฏิบัติ จึงคิดว่าการร่างทีโออาร์ต้องเข้มข้นขึ้น และควรจะทำแผนให้เสร็จไม่เกินหนึ่งปี ภายในปีงบประมาณนี้ เพื่อจะได้เป็นกรอบไปใช้ในปีงบประมาณหน้า
"คงต้องเอาจริง เพราะเป็นประเด็นใหญ่ ทำเหยาะแยหะไม่ได้ แต่ทำแล้วไม่ใช่สิบกว่าคน แต่ต้องทำให้เกิดกลไกที่ทำให้มีส่วนร่วมเข้ามาให้ได้"นายอานนท์ กล่าว
นายอานนท์ กล่าว หลายอย่างเราพูดบนกระดาษเยอะ แต่ก่อนเกิดเหตุการณ์เรามักเข้าใจว่าที่อยู่บนกระดาษปฏิบัตจริงได้แต่เงื่อนไขบางอย่างทำให้ไปปฏิบัติไม่ได้ เพราะมีหลายจุดดำเนินการไม่ได้ก็ต้องไปแก้ปัญหาที่หน้างาน และปัญหาลามไปตลอด
"กรณีคลองตื้นเขินเป็นสาเหตุหนึ่ง การใช้ที่ดินไม่สอดคล้องกับแผนที่กำหนดไว้จากที่ให้ใช้พื้นที่ในการหลากน้ำ แต่นำมาใช้ไม่ได้ จึงเป็นเงื่อนไขใหม่ เกิดขึ้น เราต้องปรับวิธีการให้สอดคล้อง ที่พูดไม่ได้หมายความจะให้ขุดเจาะอะไร แต่ต้องทำการควบคุมการพัฒนาในอนาคตเข้มข้นมากขึ้น ให้รับรู้ในวงกว้าง ไม่ใช่เฉพาะในหมู่คนเกี่ยวข้องเท่านั้น ทำให้ไม่มีพลังไปคาน"นายอานนท์กล่าว







