
แฟคตอรี่แลนด์เดินเครื่อง
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม
กล่าวถึงการกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ว่า ได้เริ่มดำเนินการสูบน้ำออกแล้วทั้ง 4 แห่ง คือ แฟคตอรี่แลนด์ ซึ่งสูบน้ำเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งมีโรงงานทั้งหมด 93 โรงงาน มี 12 โรงงานที่เปิดเดินเครื่องแล้ว อีก 70 โรงงานกำลังทำความสะอาดเพื่อเดินเครื่อง
นิคมฯ บางปะอินนั้น วันที่ 17 พ.ย. จะทำความสะอาดครั้งใหญ่ และวันที่ 1819 พ.ย. จะซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ประปา และเครื่องจักร เพื่อเปิดดำเนินการในวันที่ 25 พ.ย.
นิคมฯ ไฮเทค วันที่ 30 พ.ย. จะดำเนินการสูบน้ำออกได้ จากนั้นจะตรวจสอบเพื่อเดินเครื่องไป ส่วนนิคมฯ โรจนะ จะสูบน้ำหมดภายในวันที่ 30 พ.ย. และเริ่มทำความสะอาด ติดตั้งไฟฟ้า ในส่วนที่มีคราบน้ำมันนั้น จะนำสารเคมีไปกำจัดออก ส่วนสหรัตนนคร นวนคร และบางกะดี ปริมาณน้ำยังสูงอยู่ จึงต้องรอให้ลดลงกว่านี้
นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า เชื่อว่าในช่วงต้นเดือน ธ.ค. จะมีหลายโรงงาน ที่เปิดเดินเครื่องได้ยกเว้นโรงงานที่มีเครื่องจักรได้รับความเสียหายมาก อาจจะต้องใช้เวลาซ่อมแซม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าได้รับความเสียหายเท่าใด ซึ่งต้องรอให้น้ำแห้งเสียก่อน จึงจะเข้าไปดำเนินการตรวจสอบได้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน จากนั้นจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาดูแลซ่อมแซมหรือไม่อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมบางชันยังสามารถรับมืออยู่หรือไม่ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ตอนนี้ยังรับมืออยู่ หากควบคุมปริมาณน้ำไหลเข้าออกได้ อย่างไรก็ตาม เรามีความเชื่อมั่นว่าจะรักษานิคมอุตสาหกรรมบางชันและลาดกระบังได้ ทั้งนี้ ขณะนี้ได้นำเครื่องผลักดันน้ำ จากกรมอู่ทหารเรือ ไปติดตั้งที่คลองบางชันเพื่อผลักดันให้ลงคลองแสนแสบเพื่อระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้เร็วขึ้น
นิคมไฮเทคซ่อมคันดินเสร็จแล้วขอเครื่องขนาดใหญ่เร่งสูบน้ำออก
ด้าน นายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ได้ระดมสูบน้ำที่เข้าพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.พร้อมซ่อมแซมคันดินได้ถึง 100 % แต่จะมีปัญหาเรื่องเครื่องสูบน้ำที่มีทั้งหมด 13 เครื่องขนาด 810 นิ้ว ซึ่งสามารถสูบน้ำออกจากนิคมได้ 2.3 แสนลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ประสานให้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาเพิ่มเติมอีก โดยคาดว่านิคมอุตสาหกรรรมไฮเทค จะเปิดดำเนินการได้ในเวลาใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน







