
ปู วอนเห็นใจ จนท.มีน้อย-บกพร่อง-กทม.อืด
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สรุปสถานการณ์น้ำท่วมผ่านรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ว่า
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สรุปสถานการณ์น้ำท่วมผ่านรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” ว่า
ภาพรวมในพื้นที่ภาคกลางมีแนวโน้มดีขึ้น หลายจังหวัดเข้าสู่สภาวะปกติ เช่น จังหวัดที่น้ำลดแล้ว ได้แก่ นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ส่วนสถานการณ์น้ำใน กทม. ได้เร่งวางบิ๊กแบ็กชะลอน้ำด้านเหนือ กทม. ทำให้ฝั่งตะวันออกสามารถชะลอมวลน้ำด้านเหนือที่จะไหลมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี การบริหารจัดการน้ำเพื่อระบายลงทะเลจึงทำได้ง่ายขึ้น
สำหรับมวลน้ำที่อยู่เหนือแนวกั้นบิ๊กแบ็กได้ให้กรมชลประทานเร่งผันน้ำออกสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์เพื่อออกทะเลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้พื้นที่น้ำท่วมขังตอนเหนือของ กทม. ได้แก่ เขตดอนเมือง บางเขน และสายไหม จากการวางบิ๊กแบ็กทำให้น้ำที่ท่วมขังเริ่มลดลง และรัฐบาลได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 70 กว่าตัวตามที่ กทม.ร้องขอ เพื่อติดตั้งตามจุดต่างๆ ช่วยให้น้ำที่ไหลเข้าตามถนนวิภาวดีรังสิต และพหลโยธินลดระดับลง ซึ่งรัฐบาลจะเร่งระบายน้ำไปสู่ทะเลโดยเร็วในช่วงที่น้ำทะเลไม่หนุนสูง
วันเดียวกัน ยิ่งลักษณ์ ยังได้ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการอภิปรายเรื่องกรณีปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากอุทกภัย ว่า ต้องขอความเห็นใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและแก้ไขสถานการณ์ด้วย เพราะเหตุการณ์ได้เกิดพร้อมกัน 33 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นทรัพยากรบุคคลจึงมีข้อจำกัดและมีความบกพร่องบ้าง สำหรับระบบระบายน้ำ รัฐบาลตั้งแต่เข้ารับหน้าที่ได้เจอกับพายุหลายลูก น้ำเต็มเขื่อน การระบายน้ำเป็นไปได้ยาก เช่นเดียวกับระบบระบายน้ำของ กทม. ที่คาดหวังว่าจะระบายได้เต็มที่แต่ทำไม่ได้ เพราะระบบรองรับกรณีน้ำฝน ทำให้ต้องนำประเด็นนี้มาทบทวนในที่ประชุมคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นทั้งสองชุด เพื่อปรับปรุงต่อไปทั้งในด้านเทคนิคและมวลชนต่อไป
ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในนามคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะนำคำแนะนำไปศึกษาและทำสิ่งต่างๆ ให้รอบคอบขึ้น และยืนยันว่าจะตั้งใจ อดทน และไม่ท้อถอยในการแก้ปัญหาและฟื้นฟูประเทศให้กลับมาสู่สภาพเดิม สร้างความมั่นคงเชื่อมั่นให้ประชาชนชาวไทย และถือโอกาสนี้ขอกำลังใจพลังสามัคคีจากสมาชิกและประชาชน เพื่อร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของคนไทยทุกคน ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษาในโอกาสนี้ด้วย
ทั้งนี้ ในการประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้อนุมัติงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินครอบครัวละ 5,000 บาท สำหรับพื้นที่ กทม. รวม 30 เขต กว่า 6 แสนครัวเรือน ยอดเงินกว่า 3,106 ล้านบาท โดย กทม.ได้เร่งสำรวจข้อมูลตรวจสอบความถูกต้องเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน ซึ่งจะช่วยเหลือแล้วเสร็จใน 45 วัน รวมถึงต่างจังหวัดได้จ่ายเงินชดเชยไปแล้ว 36 จังหวัด กว่า 4.7 แสนราย คิดเป็น 90% เหลืออีก 10% โดยธนาคารออมสินจะเร่งรัดให้จ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้ นอกจากนี้รัฐบาลยังให้การช่วยเหลือเรื่องวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัย กรณีเสียหายทั้งหลังจ่ายไม่เกิน 3 หมื่นบาท เสียหายบางส่วนไม่เกิน 2 หมื่นบาท ค่าจัดการศพรายละ 2.5 หมื่นบาท สำหรับกรณีผู้เสียชีวิตที่เป็นหัวหน้าครอบครัวอีกรายละไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท โดยรวมถึง กทม.และต่างจังหวัด
ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ นายบันคีมุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือ โดยรัฐบาลไทยจะชี้แจงแผนการฟื้นฟู 3 ระดับ ทั้งเฉพาะหน้า ระยะสั้น และระยะยาว ทั้งในส่วนการช่วยเหลือกู้ภัย การฟื้นฟูเยียวยา ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศอินโดนีเซียระหว่างวันที่ 1719 พ.ย.นี้







