
สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงไม่มั่นพระราชหฤทัยว่าจะทรงมีรัชทายาทสืบสันตติวงศ์โดยตรงจากพระองค์
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงไม่มั่นพระราชหฤทัยว่าจะทรงมีรัชทายาทสืบสันตติวงศ์โดยตรงจากพระองค์
โดย..วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
พระองค์จึง ทรงตั้งความหวังว่า สมเด็จพระอนุชา เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ จะทรงเป็นรัชทายาทสืบต่อไป เพราะนอกจากจะเป็นสมเด็จพระอนุชาที่มีพระชนมายุลำดับต่อมาแล้ว ยังทรงเป็นเจ้านายที่มีพระปรีชาสามารถได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณอันเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเป็นอเนกประการ ไม่ว่าการปราบกบฏ และพิจารณาโทษผู้ก่อการกบฏ ร.ศ. 112 ในปี 2454 การเสด็จฯ แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไปในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร และโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จฯ แทนพระองค์ออกไปเยี่ยมราชสำนักต่างประเทศ ได้ทรงมอบให้ตรวจสอบงานอันเป็นประโยชน์แก่ราชการของประเทศอีกหลายแห่ง
ครั้งในปี 2457 สงครามโลกครั้งที่ 1 อุบัติขึ้นในทวีปยุโรป พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตัดสินพระทัยประกาศสงครามกับจักรวรรดิเยอรมนี สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก จึงมีหน้าที่จะต้องร่วมทำสงครามร่วมกับประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร เช่น การจัดกำลังทหารอาสาที่จะไปราชการสงครามยังประเทศยุโรป พระองค์ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ลุล่วงไปตามที่ได้ทรงวางแผนไว้ทุกประการ ได้ทำการจับกุมชาวเยอรมันและชนชาติที่เข้ากับเยอรมัน และยึดทรัพย์สินเชลยศึกในกรุงเทพฯ ได้โดยเรียบร้อย อีกทั้งยังทรงวางรากฐานเสริมสร้างกำลังและพัฒนากระทรวงกลาโหมของประเทศให้มีความแข็งแกร่งมั่นคงและเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ได้ประชวรและเสด็จทิวงคตไปในเดือน มิ.ย. ปี 2463 ยังความเศร้าสลดพระราชหฤทัยและอาลัยอาวรณ์มาสู่สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอย่างยิ่ง ดังข้อความในคำนำหนังสือที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์แจกในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ความตอนหนึ่งว่า
...นอกจากเธอเป็นน้องที่ข้าพเจ้ารักมากที่สุด เธอยังได้เป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยราชการอย่างดีที่สุดหาผู้ใดเสมอเหมือนมิได้ โดยเหตุที่ข้าพเจ้าเป็นผู้มีอายุมากกว่าเธอข้าพเจ้าจึงได้เคยหวังอยู่ว่าจะได้อาศัยกำลังของเธอต่อไปจนตลอดชีวิตของข้าพเจ้า ฉะนั้นเมื่อเธอได้มาสิ้นชีวิตลงโดยด่วนในเมื่อมีอายุยังน้อย ข้าพเจ้าจะมีความเศร้าโศกอาลัยปานใด ขอท่านผู้ที่ได้เคยเสียพี่น้องและศุภมิตรผู้สนิทชิดใจจงตรองเองเถิด ข้าพเจ้ากล่าวโดยย่อๆ แต่เพียงว่าข้าพเจ้ารู้สึกตรงกับความที่สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรสได้ทรงไว้ในเตลงพ่ายว่า “ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นให้ไกลองค์”
หลังจากสมเด็จพระอนุชา เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ เสด็จทิวงคตแล้ว สมเด็จพระอนุชาพระองค์ถัดมาก็คือ สมเด็จเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งความหวังไว้เช่นกัน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพระพันปีหลวง ประสูติเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ปี 2432 เมื่อทรงพระเยาว์สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีทออกทรงพระนามว่า “เอียดเล็ก” ชาววังออกพระนามว่า “ทูลกระหม่อมเอียดเล็ก”
พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบและทรงบวชสามเณร ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ทรงเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ พร้อมกับเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลกและเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช เมื่อปี 2448 ทรงศึกษาวิชาทหารเป็นระยะเวลาสั้นๆ แล้วจึงเสด็จฯกลับประเทศไทยมาศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทหารบก พระองค์ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการกองพล ยศพลตรี แล้วจึงไปดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการกระทรวงทหารเรือ ยศพลเรือเอก ในปี 2441 พระองค์ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมที่ “กรมขุนนครราชสีมา” และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้รับการเลื่อนกรมที่ “กรมหลวงนครราชสีมา” เมื่อปี 2459 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ทรงมีพระกรณียกิจที่สำคัญในกองทัพเรือ คือ ทรงดำรงตำแหน่งผู้กำกับราชการกระทรวงทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ปี 2466 ต่อจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการกระทรวงทหารเรือตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ปี 2467 ทรงเปลี่ยนระเบียบการปกครองบังคับบัญชาเรือหลวงใหม่ แต่เดิมนั้นการบังคับบัญชาในเรือหลวง แบ่งออกเป็น 2 กระบวนเรือ แต่ละกระบวนเรือต่างก็เป็นอิสระแก่กัน ขึ้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงเห็นว่าไม่เหมาะสม ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ไม่เป็นแบบฉบับเดียวกัน จึงให้รวมกระบวนเรือทั้งสองเป็นหนึ่งเดียว แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า กองทัพเรือ มีผู้บังคับบัญชากองทัพเรือเป็นผู้บังคับบัญชา ขึ้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือ และให้แบ่งแยกกองทัพเรือออกเป็น 3 กองเรือ คือ กองเรือปืน กองเรือใช้ตอร์ปิโด และกองเรือช่วยรบ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธฯ ทรงอภิเษกสมรสกับ แผ้ว สุทธิบูรณ์ ไม่ทรงมีพระโอรสและพระธิดา พระองค์ประชวรด้วยพระโรคพระวักกะอักเสบ (โรคไต) และสิ้นพระชนม์ที่พระตำหนักวังสวนกุหลาบ พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ปี 2467 สิริพระชนมายุได้ 36 พรรษา
การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระอนุชา เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียพระอนุชาอันเป็นที่สนิทเสน่หา ร่วมพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวไปอีกพระองค์หนึ่งยังความเศร้าสลดพระราชหฤทัยมาสู่สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเป็นยิ่งนัก







