
กปน.ไม่หวั่นกากอุจจาระปนเปื้อน สร้างคันถาวรกันน้ำเน่า
ภายหลังเกิดเหตุมือมืดลอบรื้อทำลายคันกั้นน้ำคลองประปา เป็นเหตุให้น้ำเสียไหลทะลักลงคลองประปามากขึ้น
ภายหลังเกิดเหตุมือมืดลอบรื้อทำลายคันกั้นน้ำคลองประปา เป็นเหตุให้น้ำเสียไหลทะลักลงคลองประปามากขึ้น
และกระทบต่อคุณภาพการผลิตน้ำประปา ส่งผลให้น้ำมีกลิ่นและสีผิดปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน 17 จุดจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันพบว่ายังมีจุดที่ชำรุดเสียหายอยู่อีก 2 จุด ที่บริเวณชุมชนวัดไผ่เขียว กว้างประมาณ 1 เมตร
วิกรม สุวรรณชมภู ผู้ช่วยผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า กปน.ได้ซ่อมจุดรั่วของแนวคันคลองประปาทั้ง 17 จุดแล้ว จึงอยากวิงวอนประชาชนอย่าทำลายแนวคันคลองอีก เพราะหากคุณภาพน้ำไม่ดีอาจทำให้ กปน.ต้องลดกำลังผลิตลง
วิกรม กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่สามารถประเมินได้ว่าน้ำจะลดลงจากบ้านเรือนเป็นเวลาเท่าใด กปน.จึงเตรียมสารเคมีที่จะรองรับน้ำด้อยคุณภาพไว้เพียง 80 วัน แต่ขณะนี้ประเมินแล้วว่าน้ำจะท่วมนานกว่านี้ จึงได้สั่งสำรองสารเคมีเพิ่มอีก
“ถ้าน้ำเน่า ออกซิเจนต่ำ การผลิตน้ำประปาก็ยากขึ้น การใช้สารเคมีก็มากขึ้นตามตัว แม้น้ำจะบริโภคได้ แต่ก็ไม่มีใครอยากใช้สารเคมีมาก” วิกรม กล่าว
ปัจจุบัน กปน.ได้ลดกำลังการผลิตน้ำลงจากวันละ 4.65 ล้าน ลบ.ม. เหลือวันละ 4.35 ล้าน ลบ.ม. เพราะต้องเพิ่มกระบวนการทำให้น้ำสะอาด จึงลดกำลังการผลิตลง
อย่างไรก็ตาม ผู้ช่วยผู้ว่าการ กปน. กล่าวว่า หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด คือ น้ำท่วมสถานีจ่ายไฟของ กปน. และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หยุดจ่ายไฟ อาจจะทำให้ต้องหยุดจ่ายน้ำมากที่สุดไม่เกิน 8 ชั่วโมง แต่ขณะนี้ กฟน.ได้เข้ามาเตรียมการแล้ว ขณะที่ กปน.ก็ทำแนวกั้นสถานีจ่ายไฟถึง 3 ชั้น
“ตอนนี้ กปน.ยังเอาอยู่แน่นอน” วิกรม กล่าว
สำหรับมาตรการยกเว้นค่าน้ำ ขณะนี้ผู้ว่าการ กปน.ขอดูรายละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนหากการยกเว้นไม่ครอบคลุมในบางพื้นที่
“ตอนนี้ กปน.ก็ไม่ได้เก็บค่าน้ำอยู่แล้ว เพราะเข้าในพื้นที่ไม่ได้ รวมทั้งได้ยืดระยะเวลาจ่ายค่าน้ำออกไป 3 เดือน โดยไม่มีการตัดน้ำ และจะเริ่มคิดรอบบิลใหม่เดือนนี้” วิกรม กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ว่าการ กปน. กล่าวอีกว่า ปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลให้ประชาชนอุจจาระและปัสสาวะลงในน้ำมากขึ้น ไม่มีผลต่อคุณภาพน้ำประปา เพราะแม้น้ำไม่ท่วมก็ต้องมีสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ผ่านเข้ามาอยู่แล้ว แต่ กปน.จะคัดกรองน้ำแล้วใส่คลอรีน ด่างทับทิม และสารกัมมันต์ เพื่อฆ่าเชื้อ จึงไม่เป็นอันตราย
“ปกติโดยธรรมชาติน้ำในแม่น้ำลำคลองก็ต้องมีสิ่งปฏิกูล แต่ต้องผ่านกระบวนการกรองให้สะอาดจนถึงระดับเจือจาง ยอมรับว่าขณะนี้น้ำด้อยคุณภาพ แต่จะเลือกเฉพาะน้ำที่สามารถผลิตได้เท่านั้น หากใช้ไม่ได้ก็จะปล่อยทิ้งไป” วิกรม กล่าว
ด้าน นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบน้ำเน่าเสียในเขตหลักสี่และดอนเมือง เพราะประชาชนขับถ่ายลงไปโดยตรง
“ขอเตือนว่าห้ามลงเล่นน้ำเน่าโดยเด็ดขาด เพราะในน้ำมีเชื้อประเภทอีโคไล หากสำลักเข้าไปมีโอกาสที่เชื้อจะขึ้นสมองและทำให้เสียชีวิตได้” นพ.ภาสกร กล่าว
ขณะที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) กล่าวว่า จะมีการเสริมคันถาวรคลองประปาให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน โดยกรมชลประทานส่งแบ็กโฮมา 3 คัน บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ 5 คัน รวมทั้งอุปกรณ์จากกรมโยธาธิการและกรมทางหลวง
นอกจากน้ำท่าและน้ำทุ่งเข้าท่วมพื้นที่ กทม.มากขึ้นเรื่อยๆ น้ำจากท่อระบายน้ำก็เป็นอีกสาเหตุหลัก มนูญ วาทิสุนทร ผู้อำนวยการกองระบบท่อระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. อธิบายว่า ท่อระบายน้ำในพื้นที่ กทม. มีความยาว 6,000 กิโลเมตร มีขนาดความกว้างตั้งแต่ 0.302 เมตร ฝังอยู่ตามเส้นทางถนน ตรอก ซอยต่างๆ โดยมีประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำช่วยระบายออกสู่คูคลอง แต่ด้วยมีปริมาณน้ำมากถึงกว่าหมื่นล้าน ลบ.ม. ทำให้ยากที่จะควบคุมได้
“ระบบท่อระบายน้ำของ กทม.อย่างไรก็สู้ไม่ไหว น้ำมากทั้งน้ำเหนือและน้ำทุ่ง เครื่องสูบน้ำสู้ไม่ไหว” มนูญ ระบุ
พร้อมอธิบายด้วยว่า ไม่สามารถปิดท่อทั้งหมดเพื่อกั้นน้ำไม่ให้ผุดขึ้นมาได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำทิ้ง “ถ้าอุดท่อระบายน้ำทั้งหมดจะยิ่งทำให้เกิดแรงดันมาก และทำให้น้ำยกตัวสูง กระทั่งเอ่อล้นจากคลองขึ้นมาได้อีก” มนูญ กล่าว







