
คตส.กับแรงกดดันทางการเมือง
ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่คตส.ได้เริ่มทำงานมาได้เผชิญแรงกดดันมากมาย โดยประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งข้อสงสัยมากที่สุด คือ ความชอบธรรมของคตส. เนื่องจากเป็นองค์กรพิเศษที่ใช้อำนาจตามกฎหมายถึง 3 ฉบับ และได้มีการตราพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 เรื่อง การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ 2550 โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่คตส.ได้เริ่มทำงานมาได้เผชิญแรงกดดันมากมาย โดยประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งข้อสงสัยมากที่สุด คือ ความชอบธรรมของคตส. เนื่องจากเป็นองค์กรพิเศษที่ใช้อำนาจตามกฎหมายถึง 3 ฉบับ และได้มีการตราพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 เรื่อง การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ 2550 โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพรรคพลังประชาชนได้เข้ามาเป็นรัฐบาลหลังจากได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง มีความพยายามจะตรากฎหมายเพื่อยุบองค์กรดังกล่าวแต่ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะถูกกระแสคัดค้านจากสังคมและกลุ่มการเมืองขั้วตรงข้ามกับพ.ต.ท.ทักษิณโจมตีมาโดยตลอด
กระทั่งในเวลาต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยรับรองความชอบธรรมของคตส.โดยให้เหตุผลว่า การแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คปค.ที่ขยายระยะเวลาดำเนินการของ คตส.ออกไป ก็เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ คตส. เพื่อให้การทำงานของ คตส.ไม่สะดุดหยุดลงเป็นการดำเนินการที่อยู่ภายในกรอบอำนาจหน้าที่ของ คตส.ที่มีอยู่แต่เดิม มิได้เป็นการเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของ คตส.แต่อย่างใด ทั้งมิได้เป็นการจัดตั้งองค์กรขึ้นใหม่แต่อย่างใด และได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 309 แล้ว
สำหรับคตส.ได้สิ้นสุดภารกิจตามประกาศคปค.ในวันที่ 30 มิ.ย.2551 และส่งมอบคดีความที่ค้างการพิจารณาของคตส.ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปจนถึงปัจจุบั







