
เพื่อชาติได้ไหม
นายกรัฐมนตรีควรจะทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ของตนว่า มีส่วนสำคัญทำให้สถานการณ์มหาวิกฤตอุทกภัยรุนแรงขึ้นหรือไม่ และควรจะแก้ไขอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้ตนเองเป็นปัญหาเสียเอง
นายกรัฐมนตรีควรจะทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ของตนว่า มีส่วนสำคัญทำให้สถานการณ์มหาวิกฤตอุทกภัยรุนแรงขึ้นหรือไม่ และควรจะแก้ไขอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้ตนเองเป็นปัญหาเสียเอง
การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ยกบานประตูระบายน้ำคลองสามวาสูงขึ้นเป็น 1 เมตร ซึ่งส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.) กว้างขวางยิ่งขึ้น ถึงขนาด กทม.ระบุว่า อาจจะท่วมทั้งเมืองนั้น เป็นความรับผิดชอบของนายกฯ ที่มิอาจปฏิเสธได้
ที่น่าเศร้าคือ หลังตัดสินใจเช่นว่าและเหตุการณ์ได้ลุกลามบานปลายเป็นดังเช่น กทม. วิตก แทนที่จะมีการแก้ไขทันที กลับทิ้งความเป็นความตายของประชาชนจำนวนมากโดยมุ่งแต่เอาตัวรอดทางการเมืองหน้าตาเฉย
การตั้งคณะกรรมการร่วมบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาในพื้นที่ กทม.ขึ้นมาทำหน้าที่ติดตามปัญหาความไม่เข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับเปิดปิดประตูระบายน้ำโดยให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นประธาน โดยที่นายจารุพงศ์เอง พูดชัดว่าคณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่แบ่งเบาภาระการตัดสินใจของนายกฯ เพราะนายกฯ “ไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดในเรื่องประตูระบายน้ำ” และถ้าใช้อำนาจตามมาตรา 31 พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประชาชนจะไม่เข้าใจและจะต่อว่า นายกฯ ในทางเสียๆ หายๆ ได้
วิญญูชนทั้งหลายพิจารณาเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ย่อมมีคำถามว่า ถ้านายกฯ ไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดเรื่องประตูระบายน้ำแล้ว เหตุใดจึงตัดสินใจเช่นว่า โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจาก กทม.และผู้รู้อื่นๆ เลย
การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเสียหายหรือไม่
นายกฯ ไม่อาจจะกลบซ่อนความผิดพลาดของตัวเองด้วยการตั้งบุคคลอื่นมาบังหน้าเพราะความผิดพลาดนี้ประจักษ์แจ้งเห็นกันโทนโท่กันทั่วโลก มิหนำซ้ำการแก้ปัญหาของคนคนเดียว แต่ยิ่งทำให้ขั้นตอนการแก้ปัญหาในยามวิกฤตยืดยาวออกไป ซึ่งแสดงถึงความคับแคบที่มุ่งแต่บริหารภาพลักษณ์ทางการเมืองมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดินในยามคับขัน
นายกฯ พูดเองมิใช่หรือว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรจะเอาเรื่องการเมืองมาอยู่เหนือเรื่องอื่นใด แต่ปัญหาทั้งหมดบานปลายมาถึงขนาดนี้ได้เพราะเรื่องการเมืองทั้งสิ้น
ถ้านายกฯ คิดจะบริหารประเทศต่อไป ก็ต้องยอมรับว่าความรู้ความสามารถของตนเองในการจัดการสถานการณ์เช่นนี้เป็นปัญหา แล้วใช้มาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบอำนาจให้รองนายกฯ คนหนึ่งคนใดทำหน้าที่นี้แทนก็ได้
กรุณาอย่าเอาความไม่รู้มาทำให้บ้านเมืองฉิบหายเลย







