
คำพูดของผู้นำ
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศด้วยความมั่นใจว่า สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ จะเริ่มดีขึ้น ให้รอถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศด้วยความมั่นใจว่า สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ จะเริ่มดีขึ้น ให้รอถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้
ยกเว้นแต่พนังกั้นน้ำจะไม่แตก แทนที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้คนกรุงเทพฯ ตรงกันข้าม คำพูดของนายกฯ ที่มักพ่วงด้วยคำว่า “แต่” เสมอ กลับไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นใดๆ ให้ประชาชนแม้แต่น้อย เพราะความจริงที่ปรากฏเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างดี
นิคมอุตสาหกรรมทยอยจมบาดาลทีละแห่ง แนวกั้นปราการกระสอบทรายไม่อาจต้านทานมวลน้ำก้อนใหญ่ แผนการผันน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำบางปะกงเพื่อปกป้องกรุงเทพฯ ไม่เป็นจริง คำพูดที่ว่าเอาอยู่ แต่คำตอบคือ พื้นที่กรุงเทพฯ อย่างน้อย 10 เขตต้องจมน้ำ วรรคทองที่ว่าน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ แปรเปลี่ยนเป็นการรักษาสถานที่สำคัญ
การประกาศตัดถนน 5 เส้นทาง ตามคำแนะนำของวิศวกรต้องยุติภายใน 2 วันให้หลัง การประกาศไม่ย้ายศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ออกจากดอนเมือง ไม่ทันข้ามวัน ศปภ.ย้ายจากดอนเมืองไปที่อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน เหล่านี้สะท้อนตัวตนและอำนาจตัดสินใจของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้อย่างดี
การสื่อสารของผู้นำในยามวิกฤตเป็นภารกิจมีความสำคัญมาก เพราะคำพูดแต่ละวรรค แต่ละตอน มีค่ามากกว่าทองคำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับคำพูดทุกประโยคที่กล่าวต่อสาธารณชน เพราะนั่นหมายถึงการสร้างความเชื่อถือ หรือเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองในเวลาเดียวกัน
ไม่เฉพาะคำพูดของผู้นำประเทศจะสร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจให้คนทั้งประเทศแล้ว คำพูดของนายกฯ ยังถูกถ่ายทอดไปสู่นานาประเทศ ในวันที่ทั่วโลกต่างจับจ้องเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทย แม้ถ้อยคำที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะสื่อตามบทที่เขียนไว้ล่วงหน้า แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถตีแผ่ความจริงให้สาธารณชนได้รับรู้อย่างจริงใจ
ตำแหน่งนายกฯ ในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร เป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประเทศ เวทีเจรจาระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการเจรจาระดับทวิภาคีและพหุภาคี ล้วนมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นเดิมพัน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถผ่านบททดสอบนี้ไปได้ น่าเป็นห่วงยิ่งสำหรับอนาคตประเทศไทย
คำพูดที่หนักแน่น น่าเชื่อถือ และมีความแม่นยำ ผ่านกระบวนการคิดและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ อีกทั้งสามารถปฏิบัติตามสิ่งที่พูดให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้ เป็นสิ่งเดียวที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้รับความเห็นใจอย่างท่วมท้น แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สมควรได้คะแนนความสงสาร เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศ
ตำแหน่งนายกฯในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร เป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประเทศ เวทีเจรจาระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการเจรจาระดับทวิภาคีและพหุภาคี ล้วนมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นเดิมพัน หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถผ่านบททบสอบนี้ไปได้ น่าเป็นห่วงยิ่งสำหรับอนาคตประเทศไทย







