
นักวิชาการเตือน 3 จุดแตกหัก ทะเลหนุน2.3ม.ทุบสถิติปี 38
ก้อนน้ำที่ไหลบ่าจากทางเหนือทะลักเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)
ก้อนน้ำที่ไหลบ่าจากทางเหนือทะลักเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)
ไปแล้วหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตและพหลโยธิน และมีแนวโน้มว่าหน่วยงานรัฐจะไม่สามารถยับยั้งได้
เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า จุดเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่ง 3 จุด ก็คือ 1.คลองระพีพัฒน์ บริเวณประตูน้ำพระอินทร์ ซึ่งไม่สามารถปิดกั้นได้ ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้ามายังพื้นที่รังสิตอย่างต่อเนื่อง
2.แนวคันกั้นน้ำหลักหก หมู่บ้านเมืองเอก บริเวณช่องระบายน้ำประตูดำ และ 3.คลองทวีวัฒนา ที่เชื่อมต่อกับคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งรับน้ำจาก อ.บางบัวทอง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งคลองทวีวัฒนารับน้ำไว้เกือบเต็มปริ่มแล้ว หากก้อนน้ำไหลทะลักเข้ามาเพิ่มเติมอาจทำให้เอ่อล้นคลองและทะลักท่วมพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรีของ กทม.ทั้งหมด คาดว่าภายใน 34 วันนี้จะได้รับผลกระทบ
เสรี กล่าวว่า คลองรับน้ำของ กทม. ขณะนี้แทบไม่เหลือสภาพความเป็นคลองอีกต่อไปแล้ว เพราะระดับน้ำได้ไหลรวมกันจนกลายเป็นแผ่นน้ำขนาดใหญ่ที่รอบุกเข้าถล่ม กทม.พร้อมๆ กัน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์น้ำเมื่อเวลา 19.30 น. ว่า ปริมาณน้ำที่ไหลบ่าเข้า กทม.เพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ โดยระดับน้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงถึง 2.3 ม. ซึ่งทำลายสถิติเมื่อปี 2538 ที่ระดับ 2.27 ม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอย้ำเตือนให้ประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 13 เขต ย้ายเข้ามาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว แต่ผู้ที่อยู่ในแนวเขื่อน ยังพอมีเวลาเตรียมตัว
สำหรับระดับน้ำในคลองเปรมประชากร น้ำขึ้นชั่วโมงละ 1 ซม. จึงขอแจ้งประชาชนในเขตสายไหมให้ระมัดระวังและพร้อมเคลื่อนย้าย
ขณะที่สถานการณ์บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขณะนี้น้ำได้แพร่กระจายกว้างขึ้น จึงขอย้ำเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม ให้เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ มีประชาชนย้ายเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราวเพิ่มขึ้นเป็น 5,071 คน ถือเป็น 10 เท่าตัวภายในเวลา 4 วัน โดยเฉพาะที่เขตดอนเมืองซึ่งมีปัญหาน้ำท่วมสูง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.ได้ร้องขอให้นายกรัฐมนตรีขอมติคณะรัฐมนตรีประกาศวันที่ 2831 ต.ค. ให้เป็นวันหยุดราชการ เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง ต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับมือสถานการณ์
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ดูแลเป็นพิเศษใน 3 พื้นที่ คือ 1.เขตพระราชฐาน ซึ่งอาจกลายเป็นพื้นที่เสียง โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก 6 เขต ที่ติดกับเขตพระราชฐาน 2.สนามบินดอนเมือง เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ในการป้องกันแก้ไขน้ำท่วมทั้งประเทศ ดังนั้น กทม.ต้องดูแลให้ดีที่สุด และ 3.นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและบางชัน ซึ่งจะเข้าพบผู้บริหารทั้งสองแห่งภายใน 12 วันนี้เพื่อหารือมาตรการเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำเจ้าพระยาได้เอ่อล้นคันกั้นน้ำบริเวณชุมชนวัดสามพระยา ท่วมพื้นผิวจราจรบริเวณถนนสามเสน ตั้งแต่แยกบางขุนพรหมจนถึงระแยกบางลำพู
ส่วนถนนจรัญสนิทวงศ์ คันดินกั้นน้ำได้พังลง ส่งผลให้ถนนจรัญสนิทวงศ์ 74/1 กั้นน้ำไม่อยู่ ทำให้น้ำไหลท่วมผิวจราจรสูงเท่าบาทวิถี
ด้าน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำมาจากรังสิตคลอง 1 ได้มอบหมายให้กองทัพไปตรวจสอบการระบายน้ำที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ถึงสายไหม ส่วนจุดรอยรั่วอุดเรียบร้อยแล้ว น้ำจะไม่รั่วเข้า กทม. และจะเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้ยังสามารถรับสถานการณ์ได้ ยังไม่จำเป็นต้องใช้ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นเส้นทางระบายน้ำลงอุโมงค์ดินแดง







