
48ชม.อันตราย
แผนกั้นน้ำรังสิตล่มผู้ว่าฯกทม.ประกาศขอแรงช่วยด่วน/ปูกู้ทุ่มฟื้นฟูแสนล้าน
แผนกั้นน้ำรังสิตล่มผู้ว่าฯกทม.ประกาศขอแรงช่วยด่วน/ปูกู้ทุ่มฟื้นฟูแสนล้าน
กรุงเทพฯ ออกอาการแนวรับที่รังสิตรับไม่ไหว
หลังจากแผนป้องกันนิคมอุตสาหกรรมนวนครล้มเหลวพื้นที่บางส่วนจมน้ำไปตั้งแต่สายวันที่ 17 ต.ค.แล้ว กทม.ฝั่งเหนือ อาทิ ชุมชนเมืองเอก หลักหก รังสิต ฯลฯ ก็ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงอย่างหนักว่าจะต้องตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมเหมือนกับพื้นที่อื่นๆ ก่อนหน้านี้ทหารได้รับคำสั่งให้เตรียมกำลังและเครื่องมือไปช่วยประชาชนในจุดดังกล่าวแล้ว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงตอนเวลา 21.30 น. ว่า กทม.กำลังต้องการกระสอบทรายจำนวน 1.2 ล้านกระสอบ เพื่อเสริมแนวคลองหกวาให้สูงเป็น 3 ม. มีเวลาเหลืออยู่แค่ 48 ชม. โดย กทม.ได้เร่งลงมือแล้ว
“นอกจากนี้ จะเสริมคันกั้นที่คลอง 8-12 รวม 15 กิโล ถ้า กทม.ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่โดยไม่ได้รับการสนับสนุนต้องใช้เวลา 7 วัน และจะร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบท ปิดจุดอ่อนที่ถนนพหลโยธินด้วย เพราะเกรงว่าน้ำจะวกเข้ามาปัญหาจะหนักกว่าเดิมแต่อย่าตระหนก” ผู้ว่าฯ กล่าว
จากนั้นผู้ว่าฯ กทม.ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า น้ำคลอง 8-9 จะสูงถึง 3.50 ม. ต้องทำกันสูงขึ้นไปอีก 50 ซม. ขอแรงให้คน กทม.ไปร่วมกันบรรจุทรายตั้งแต่คืนนี้ด้วย
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่า ระบายน้ำจากประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ออกคลองรังสิตลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้เพียง 54 ลบ.ม. แต่ถ้าน้ำจากนิคมอุตสาหกรรมนวนครมาถึงจุดนี้จะสูงสุดถึง 100 ลบ.ม.ต่อวินาที
ขณะที่นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ก็ระบุว่า การระบายน้ำไปยังทุ่งรังสิตมีปัญหา เพราะถูกประชาชนในหลายพื้นที่ต่อต้าน งานจึงไม่เป็นไปตามแผน
“ถ้าไม่เป็นไปตามแผนอาจส่งผลให้น้ำที่คลองรังสิตยกตัวขึ้นกระทบต่อคันกั้นน้ำปัญหาประชาชนขัดขวางกำลังลุกลามส่งผลกระทบต่อการบริหารน้ำ กระทบในหลายพื้นที่ นายกฯ จึงได้ส่งทหารไปดูแลแล้ว” นายชลิต กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุมวางแผนการฟื้นฟูเยียวยาว่า ในเบื้องต้นจะมีโครงการฟื้นฟูและเยียวยาทั้งสิ้น 5,329 โครงการ คาดว่าจะใช้เงินทั้งสิ้น 49,824.29 ล้านบาท
เป็นโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด คือ 2,627 โครงการ มูลค่า 34,615 ล้านบาท โดยรวมแล้วจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อใช้ในการนี้ถึงแสนล้านบาท โดยต้องกู้บางส่วน
จำนวนนี้ยังไม่รวมที่ต้องใช้บูรณาการในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบและได้ให้ทบทวนนโยบายต่างๆ แล้ว และจะเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเอสเอ็มแอล
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า ได้เสนอให้ออก พ.ร.บ.กู้เงินหลายแสนล้านบาท เพื่อนำมาจัดการแก้ไขปัญหาระบบน้ำ และให้แก้ไขกรอบเงินงบประมาณใหม่เป็นขาดดุลอีก 5 หมื่นล้านบาท ยอดขาดดุลจะเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท
อนึ่ง งบประมาณจำนวนนี้ไม่รวมจำนวนที่กันงบมาจากกระทรวง 10% หรือ 8 หมื่นล้านบาท







