
ล้อมคอกร้านจำหน่ายสุนัขตลาดหายยาเชียงใหม่
ปศุสัตว์เชียงใหม่ออกตรวจสอบร้านจำหน่ายสุนัขในตลาดหายยา
ปศุสัตว์เชียงใหม่ออกตรวจสอบร้านจำหน่ายสุนัขในตลาดหายยา
นายสฤษฎิ์รัตน์ ใจสุดา สัตวแพทย์ระดับชำนาญงาน กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายสุนัขในตลาดหายยา แหล่งจำหน่ายสุนัขที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังมีข้าราชการหญิง กระทรวงสาธารณสุข เจ้าของร้านจำหน่ายสุนัขในตลาดนัดจตุจักรถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ที่เลี้ยงไว้กัดจนเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลว่าร้านดังกล่าวได้รับสุนัขจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจำหน่าย
นายสฤษฎิ์รัตน์ กล่าวว่า ได้เชิญผู้ประกอบการจำหน่ายสุนัขเข้าร่วมประชุมที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 23 ก.พ. นี้ โดยจะมีการขอความร่วมมือและกำชับให้มีการฉีดวัคซีนกับแม่สุนัข รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันให้กับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับสุนัขและมีความเสี่ยง
สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ ได้รับสุนัขจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจำหน่ายมานานหลายปี แต่การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเชื่อว่าไม่น่าจะมาจากสุนัขที่รับไปจากเชียงใหม่ เพราะโดยหลักแล้วจะมีการรับสุนัขอายุระหว่าง 45-60 วัน ไปจำหน่าย ขณะที่ระยะฟักตัวของเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าอยู่ที่ประมาณ 3-12 สัปดาห์ แต่สุนัขพันธ์ร็อตไวเลอร์ที่กัดเจ้าของจนเสียชีวิตมีอายุ 3 ปี ระยะฟักตัวจึงไม่สัมพันธ์กับอายุ จึงคาดว่าอาจจะติดเชื้อจากแหล่งอื่น
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลในปี 2552 มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าทั่วประเทศ 24 ราย ส่วนจังหวัดเชียงใหม่พบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าครั้งสุดท้ายในปี 2549 ที่ อ.อมก๋อย จำนวน 2 ราย และพบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจากการตรวจหัวสุนัขครั้งสุดท้ายในปี 2551 ใน อ.สันทราย
นายสมพร พรวิเศษศิริกุล นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังมีข่าวในเรื่องนี้ ได้ส่งทีมสัตวแพทย์เข้าตรวจสอบข้อมูลตามร้านจำหน่ายและฟาร์เลี้ยงสุนัขเพื่อตรวจข้อมูลแม่พันธ์ที่เลี้ยงไว้ว่าเกี่ยวข้องกับการระบาดของพิษสุนัขบ้าในตลาดจตุจักรหรือไม่
ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งเพาะพันธ์สุนัขส่งจำหน่ายในกรุงเทพฯ แหล่งใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ โดยมีฟาร์มใหญ่ประมาณ 15 แห่ง แต่ยอมรับว่าการตรวจสอบเชื้อพิษสุนัขบ้าทำได้ค่อนข้างลำบาก เพราะจำเป็นต้องตัดหัวสุนัขส่งตรวจสมองในแลปซึ่งถือเป็นวิธีปฏิบัติที่ทำได้ยาก ขณะที่โทษทางกฏหมายตาม พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้า มีโทษปรับเพียง 200 บาท กับผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนป้องกัน นอกจากนี้การประกอบธุรกิจฟาร์มสุนัขยังไม่บังคับให้ต้องจดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียน ที่ผ่านมาจึงทำได้แต่เพียงขอความร่วมมือในการฉีดวัคซีนให้เพียงพอเท่านั้น







