
อุตฯยันหลายนิคมฯพ้นน้ำบ้านหว้าระทึกอุดรอยรั่ว
วรรณรัตน์ แจงหลายนิคมฯ ยังรับมือน้ำท่วมได้ ยันนิคมฯ บ้านหว้าไฮเทคมีแค่น้ำรั่วและอุดได้แล้ว
วรรณรัตน์ แจงหลายนิคมฯ ยังรับมือน้ำท่วมได้ ยันนิคมฯ บ้านหว้าไฮเทคมีแค่น้ำรั่วและอุดได้แล้ว
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) น้ำรั่วเข้ามาเป็นช่องเล็กๆ โดยเจ้าหน้าที่พยายามอุดรอยรั่วจนสำเร็จ ซึ่งขณะนี้มีกำลังทหารจำนวน 150 นาย เข้ามาช่วยดูแลในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยตอนนี้คันดินยังสามารถรองรับระดับน้ำได้อีก 50 เซนติเมตร และได้สั่งการให้เสริมคันดินสูงอีก 50 เซนติเมตร จาก 5.50 เมตร เป็น 6 เมตร
อย่างไรก็ตาม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการภายในนิคมฯ หยุดดำเนินกิจการแล้ว รวมทั้งขอความร่วมมือให้อพยพแรงงานทั้งหมดออกนอกพื้นที่ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลและเฝ้าระวังนิคมฯ และให้ขนวัตถุดิบออกจากพื้นที่ไปยังในที่ที่ปลอดภัยเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
ขณะที่นิคมฯ บางปะอิน แนวคันดินยังสามารถรับระดับความสูงของน้ำได้อีก 1.30 เมตร โดยน้ำยังไม่เข้ามาในพื้นที่ ซึ่ง กนอ.ก็ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการให้หยุดดำเนินการเพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดน้ำท่วม แต่ก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง และยังมีบางส่วนที่ยังสามารถดำเนินการต่อได้ก็ยังไม่มีการปิดโรงงาน แต่ภายในนิคมฯ ก็มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่
ด้านเขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย โรงงานยังดำเนินการได้ แนวคันดินยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 70 เซนติเมตร ซึ่งจากข้อมูลของกรมชลประทานมีการแจ้งว่าได้ลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แล้ว ทำให้น้ำที่จะไหลเข้ามาที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ลดปริมาณลง โดยระดับน้ำในขณะนี้ยังมีระดับคงที่
นอกจากนี้ กนอ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังพื้นที่นิคมฯ ลาดกระบังเพื่อไปทำแผนฉุกเฉิน โดยผู้ว่าการ กนอ.ได้เชิญโรงงานในนิคมฯ ลาดกระบังเข้ามาหารือเรื่องแผนฉุกเฉินเพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งแผนก่อนเกิดเหตุการณ์ ระหว่างเกิดเหตุการณ์ และหลังเกิดเหตุการณ์ โดยขณะนี้คันดินยังสามารถรับระดับน้ำได้อีก 50 เซนติเมตร จากความสูงคันดิน 2.20 เมตร โดยโรงงานในนิคมฯ ยังดำเนินการตามปกติสำหรับการสรุปจำนวนโรงงานที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมในวันที่ 12 ต.ค.2554 มีจำนวนโรงงาน 951 โรงงาน แรงงาน1.28 แสนคน มีความเสียหายแบ่งเป็นความเสียหายทางตรง 4,492 ล้านบาท ความเสียหายทางอ้อม 2.47 หมื่นล้านบาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 2.92 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จำนวนโรงงานที่เพิ่มขึ้นจากวันที่ 11 ต.คงที่มีอยู่จำนวน 762 โรงงาน เป็น 951 โรงงาน เพราะได้รวมโรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะที่น้ำท่วมทั้งพื้นที่ไปแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรจนะยังอยู่ระหว่างการประเมิน







