
นายกฯประกาศแก้น้ำท่วมเป็นวาระชาติ
นายกรัฐมนตรี ยันเร่งแก้น้ำท่วมประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ตั้ง ศ.ป.ภ.ให้ "ประชา" คุม เร่งผลักดันน้ำออกทะเล วอนทุกภาคส่วนร่วมมือ
นายกรัฐมนตรี ยันเร่งแก้น้ำท่วมประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ตั้ง ศ.ป.ภ.ให้ "ประชา" คุม เร่งผลักดันน้ำออกทะเล วอนทุกภาคส่วนร่วมมือ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" ว่า โดยได้ขอโทษประชาชนที่พูดคำว่า "หญ้าแฝก" เป็น "หญ้าแพรก" เมื่อวันเสาร์ก่อนด้วย พร้อมกับได้ขยายความเรียกร้องให้ประชาชนปลูกหญ้าแฝก เพื่ออนุรักษ์หน้าดิน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม เพราะถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหา โดยในส่วนรัฐบาลได้จัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย" ภายใต้ชื่อย่อว่า ศ.ป.ภ.ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ สนามบินดอนเมือง ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่นี้ คือวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม 2554 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไปโดยเป็นการทำงานครบรูปแบบ ตั้งแต่ สำรวจ ตรวจสอบ การให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู ไปจนถึง การประกาศแจ้งเตือนต่าง ๆ โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นผู้อำนวยการ ซึ่งจะมีการเปิดหมายเลข ฮอตไลน์ 1111 กด 5 เป็นช่องทางแจ้งข่าวและรับบริจาคสิ่งของ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ด้วย ซึ่งจะมีการขยายโครงสร้าง ศปภ. ไปยังทุกจังหวัด ให้ ผู้ว่าฯ สามารถจัดทำหน่วยงานบูรณาการเช่นนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องรวมตัวกันเป็นวาระแห่งชาติ ช่วยเหลือกันให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ได้เดินทางตรวจการซ่อมบำรุง ประตูน้ำบางโฉมศรี ซึ่งเป็นช่วงฝนตกต่อเนื่อง ทำให้การซ่อมแซม อาจจะติดขัดบ้าง โดยได้ดำเนินการซ่อมแซมไปแล้ว ราวร้อยละ 50 ส่วนเรื่องของปัญหาน้ำเน่าเสีย เช่น อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้อง นำจุลินทรีย์ไปแก้ไขแล้วด้วยเช่นกัน
ข้อสรุปการแก้ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ ลำดับแรกคือ การเร่งผลักดันมวลน้ำให้ออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะถึงช่วงที่น้ำทะเลจะหนุนสูงอีกครั้ง ขณะที่การแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนนั้น ต้องสามารถทำได้ล่วงหน้า 2 ช.ม. เป็นอย่างน้อย รวมถึงมีการตรวจซ่อมแนวคันกั้นน้ำจุดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการพังทลายด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาด้วยการระบายน้ำอย่างเดียวคงไม่ได้ บางส่วนต้องลอกคูคลอง เพื่อให้น้ำไหลได้ดีขึ้น รวมทั้งขณะนี้ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย เร่งเพิ่มแนวคันกั้นน้ำ รองรับสถานการณ์ และพื้นที่ไหนที่น้ำสูงเกิน ก็ให้เตรียมอพยพไปที่ปลอดภัย และนำอาหารถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด
นอกจากนั้นยังให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าช่วยเหลือโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายแห่ง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำงานทั้งหมดภาครัฐมีข้อจำกัด จึงขอประสานงานเอกชน ประชาชน ให้ร่วมเข้ามาดูแลด้วย ส่วนทานน้ำใจได้หลั่งไหลเข้ามากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้รัฐบาลจะนำเงินบริจาค ไปใช้อย่างมีประโยชน์
ส่วนระยะยาว ก็ต้องมาดูเรื่องการฟื้นฟูหลังน้ำลด แผนฟื้นฟูบ้านเรือน และยืนยันจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ในการทำงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วม และต้องขอบคุณทุกน้ำใจคนไทย







