
น้ำท่วมนาล่มจำนำข้าววันแรกกร่อย
บรรยากาศจำนำข้าววันแรกทั่วประเทศเงียบเหงา เหตุชาวนาไม่มีข้าวไปจำนำ หลังถูกน้ำท่วมพื้นที่เกษตรเสียหายหนัก
บรรยากาศจำนำข้าววันแรกทั่วประเทศเงียบเหงา เหตุชาวนาไม่มีข้าวไปจำนำ หลังถูกน้ำท่วมพื้นที่เกษตรเสียหายหนัก
นายมนตรี สุวรรณทา ชาวนารายแรกที่นำข้าวมาจำนำ อยู่บ้านเลขที่ 34/4 บ้านสระยายชี หมู่ 5 ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ทำนา 25 ไร่ แต่นาถูกน้ำท่วมเสียหายเกือบหมดเกี่ยวข้าวได้ผลผลิตแค่บางส่วน โดยวันนี้ขนข้าวใส่รถกระบะและรถอีแต๋นมาจำนำแค่ 10 ตัน วัดความชื้นได้ 24% ได้ราคาอยู่ที่ตันละ 12,802 บาท ซึ่งก็พึงพอใจกับนราคาที่ได้รับ
อย่างไรก็ตามโครงการนี้ดีเฉพาะกับผู้ที่มีข้าวเปลือกเข้าโครงการ แต่ก็สงสารเพื่อนชาวนาที่นาถูกน้ำท่วมไม่มีข้าวจำนำก็ไม่มีสิทธิได้อะไรเลย ซึ่งต่างกับโครงการประกันรายได้พืชผลเกษตรกรของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่น้ำท่วมนาแล้งเจอภัยพิบัติแมลงศัตรูพืชก็ได้เงิน จึงถือว่าโครงการรับจำนำข้าวมีทั้งข้อดีและข้อเสียพอๆกัน
นายยิ้ม แพรทอง อยู่บ้านเลขที่ 84 บ้านปลายห้วย หมู่ 11 ต.เนินปอ อ.สามง่าม กล่าวว่า ทำนาทั้งหมด 31 ไร่ ได้ข้าวเพียง 8 ตัน ข้าวมีความชื้น 32% เพราะต้องเกี่ยวข้าวกลางสายฝนหนีน้ำท่วมจึงได้ราคาตันละ 11,026 บาท ซึ่งลุงยิ้มก็ให้สัมภาษณ์ยิ้มอย่างพอใจกับราคาที่ได้รับ
ที่จ.อุตรดิตถ์ มีโรงสีเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4 แห่ง จากที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 9 แห่ง คือ โรงสี ต.ประเสริฐ โรงสีศุภรักษ์ โรงสียิ้มบุญมา และโรงสีควีรัตน์ ไม่คึกคักเท่าที่ควรเนื่องจากชาวนาไม่ข้าวร่วมโครงการ
นายสมควร แก้วดวงสี ชาวนาตำบลวังกะพี้ กล่าวว่า รู้ว่ารัฐบาลเปิดรับจำนำข้าววันแรก แต่ขอนำข้าวที่ต้องพายเรือออกไปเกี่ยวเนื่องจากที่นา 20 ไร่ ถูกน้ำน่านล้นตลิ่งข้าวท่วม สามารถเกี่ยวและสีได้ 1 ตัน จากนาข้าว 3 ไร่ ใส่ท้ายรถรถอีแต๋น ในสภาพเปียกชื้นมาขาย และตั้งใจจะรับเงินสดแทนการจำนำ เพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้ค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนข้าวที่เหลือที่ 17 ไร่ ยังไม่รู้ว่าจะเก็บเกี่ยวได้กี่ตัน หลังจมอยู่ใต้น้ำสามารถเก็บเกี่ยวได้เฉพาะรวงที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น
ขณะที่จ.พะเยา มีโรงสีเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 19 แห่ง ที่ผ่านการพิจารณาจากองค์การคลังสินค้า(อคส.) แต่ปรากฎว่ามีเกษตรกรมาจำนำข้าวค่อนข้างบางตา เนื่องจากผลลิตข้าวของจังหวัดพะเยายังไม่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว ทั้งนี้คาดว่าผลผลิตข้าวของพะเยาจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนต.ค. เป็นต้นไป
นอกจากนี้จะออกมากที่สุดในช่วงเดือนพ.ย.ซึ่งมีตัวเลขจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา แจ้งมีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งสิ้นประมาณ 700,000 ไร่ มีเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว แล้ว 48,066 ราย พื้นที่เพาะปลูก 576,720 ไร่ ผ่านการประชาคมแล้ว 17,890 ราย
ที่จ.อุบลราชธานี มีโรงสีเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงสีเดชอุดมศิริโชค โรงสีไทยยงเฮง เดชอุดม โรงสีไพบูลย์ อำเภอวารินชำราบ และ โรงสียิ่งไพบูลย์ อำเภอสำโรง แต่ไม่เป็นด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากเกษตรกรยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต ประกอบกับ พื้นที่การเกษตรบางส่วนของจังหวัดอุบลราชธานีประสบอุทกภัย
ที่จ.ขอนแก่น มีโรงสีขนาดใหญ่ 4 แห่ง เข้าร่วมโครงการแต่เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงเกษตรกร ไม่ถึง 20 ราย ที่นำข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเปลือกเหนียว มายื่นความจำนงเพื่อเข้าร่วมโครงการกับทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ บอกว่า ไม่ทราบข่าวกับโครงการดังกล่าวมากนัก ขณะที่ บางราย ยังคงไม่เข้าใจในเงื่อนไข รวมไปถึง ประสบปัญหาน้ำท่วมด้วย จึงยังไม่สามารถที่จะเดินทางมาในวันนี้ได้







