
กรุงเก่าหนีตายน้ำท่วมโกลาหล
หลังจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเอ่อท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา ขยายวงกว้าง
หลังจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเอ่อท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา ขยายวงกว้าง
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
หลังจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเอ่อท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา ขยายวงกว้าง และยังพังกำแพงกั้นน้ำทะลักเอ่อจมนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครเสียหายอย่างหนัก รวมทั้งฝนตกหนักตลอดคืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ทางจังหวัดต้องประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพไปอยู่ที่สูงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบเกาะเมืองในเขต อ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน ต้องอพยพหนีน้ำท่วมอลหม่าน
ทั้งนี้ ครอบครัวที่มีรถยนต์ รถกระบะ หรือรถจักรยานยนต์ ต่างเก็บข้าวของที่จำเป็นขนย้ายขับขี่ฝ่ากระแสน้ำเพื่อไปอยู่ที่สูง หรือขับรถยนต์มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ส่งผลทำให้ถนนสายเอเซีย ช่วงบางปะหันอ่างทอง ตั้งแต่ กม.2140 จราจรอัมพาตทั้งขาเข้าและขาออกยาวกว่า 30 กิโลเมตร เนื่องจากน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ทางหลวงเปิดให้บริการแค่ 1 ช่องทางเพื่อความปลอดภัย ส่วนประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ได้ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา
วิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าน้ำท่วมอยุธยาวิกฤตจริงๆ ยิ่งในอีก 37 วันข้างหน้า อยุธยาจะเผชิญวิกฤตหนักมากกว่านี้ เนื่องจากมวลน้ำหลักมาจากแม่น้ำลพบุรีที่ไหลเข้ามามากที่สุด นอกจากนี้ยังมีมวลน้ำรองที่มาจากแม่น้ำป่าสัก และยังมีน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาสมทบด้วย คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำในจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
ขณะที่ จ.สระบุรี น้ำจากแม่น้ำป่าสักได้เอ่อไหลทะลักเข้าท่วมเขตพื้นที่ อ.ดอนพุด ทำให้ 4 ตำบล 28 หมู่บ้าน ถูกน้ำท่วมสูง 3 เมตร เกือบมิดหลังคาบ้าน ทำให้ ผวจ.สระบุรี ต้องสั่งหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินรีบอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ให้มาอาศัยที่บริเวณอาคารของโรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจัดให้เป็นศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย







