
กทม.ใช้อุโมงค์ยักษ์ผันน้ำลงทะเล
กทม.ใช้อุโมงค์ยักษ์ผันน้ำลงทะเล หนองจอกเฝ้าระวังเอ่อท่วม ปริมาณน้ำผ่านประตูบางไทรเข้ากรุงทะลุเกณฑ์มาตรฐาน
กทม.ใช้อุโมงค์ยักษ์ช่วยผันน้ำลงทะเล หนองจอกเฝ้าระวังเอ่อท่วม ปริมาณน้ำผ่านประตูบางไทรเข้ากรุงทะลุเกณฑ์มาตรฐาน
นายสัญญา ชีนีมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากกรมชลประทานในการเร่งระบายน้ำเหนือลงมายังพื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันออก โดยปริมาณน้ำจะไหลผ่านเข้ามายังคลองประเวศ คลองแสนแสบ และคลองลำบึงขวาง ผ่านอุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ส่วนพื้นที่ชั้นใน กทม.น้ำจะไหลผ่านคลองผดุงกรุงเกษม และทางฝั่ง กทม.ตะวันตกจะผ่านคลองทวีวัฒนา เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
"กทม.พร้อมจะช่วยเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยเร็วที่สุด โดยสถานีสูบน้ำพระโขนงได้เร่งสูบน้ำออกอย่างเต็มที่ในปริมาณ 20-30 ล้าน ลบ.ม./วัน จากเดิมที่ระบายน้ำ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน"นายสัญญากล่าว
ใช้อุโมงค์ยักษ์เร่งระบายน้ำสู่ทะเล
นอกจากนี้ กทม.ยังมีอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำที่ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว โดยเฉพาะอุโมงค์ยักษ์พระราม 9 ซึ่งมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น แต่หากมีปริมาณฝนตกลงมาอีก กทม.จะมีการประเมินสถานการณ์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเร่งระบายน้ำให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีศักยภาพในการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 80-90%
หนองจอกจับตาพื้นที่ริมคลองเสี่ยงท่วม
ขณะที่นายภิญโญ ปิ่นแก้ว ผอ.เขตหนองจอก กล่าวว่า หากมีการปล่อยน้ำเหนือลงมาเพิ่มเติมจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวริมคลองและพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเขตหนองจอกถือเป็นจุดรับน้ำที่สำคัญในพื้นที่ กทม. และเป็นทางน้ำไหลผ่านก่อนที่ออกสู่ทะเลอ่าวไทย โดยทางเขตจะติดตามสถานการณ์พร้อมประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบเป็นระยะ
ด้านว่าที่ ร.ต.เศวตชัย ทรัพย์บุญมี ผอ.เขตมีนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่ยังไม่สูงมากนัก โดย 40% ของพื้นที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีการปลูกไร่หญ้าและไร่นาซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ยังปกติ แต่ต้องเฝ้าระวังน้ำที่จะเข้ามาเพิ่มเติม โดยได้ประสานไปยังนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัด กทม. ให้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำอุปกรณ์ สิ่งของ มาเตรียมความพร้อมในพื้นที่ทันที เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น
ปริมาณน้ำผ่านประตูบางไทรทะลุเกณฑ์มาตรฐาน
ด้าน ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักการระบายน้ำ เปิดเผยสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม. วันที่ 5 ต.ค. ว่า ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาวัดได้ที่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 รวม 4,881 ลบ.ม./วินาที เพิ่มจากวันที่ 4 ต.ค. จำนวน 54 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำ อ. บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา วัดได้ 3,731 ลบ.ม./วินาที ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 3,500 ลบ.ม./วินาที
ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดวัดได้ที่ปากคลองตลาด 1.81 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) โดยกรมอุทกศาสตร์คาดการณ์ว่าระดับน้ำสูงสุดของวันที่ 5 ต.ค.จะอยู่ที่ 1.85 เมตร รทก.
โฆษก กทม.ยืนยันยังรับมือได้
นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร โฆษก กทม. กล่าวว่า พื้นที่ กทม.ยังอยู่ในภาวะที่รับมือได้ ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล แต่ให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำ
อย่างไรก็ตาม นายเจตน์ กล่าวว่า ยังมีความกังวลถึงปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อาจกระทบต่อ กทม. แต่เมื่อคำนวณแล้วยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับมือได้ โดยสำนักการระบายน้ำได้เร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีการขุดลอกคลองและกำจัดวัชพืช เพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำ
นายทวีศักดิ์ เดชเดโช รองปลัด กทม. กล่าวว่า กทม.จะเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อไขข้อข้องใจให้กับประชาชนไม่ให้เกิดความวิตกกังวลกับสถานการน้ำท่วม และเปิดช่องทางให้ประชาชนขอความช่วยเหลือได้ โดยจะรวบรวมข้อมูลและประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
กรมชลเชื่อกทม.ผ่านช่วงน้ำหนุนสูงได้
นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า แม้ว่าปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงจะมีจำนวนมหาศาลลงมาตอนล่างอีกกว่า 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร แต่เนื่องจากขณะนี้ ปริมาณน้ำตั้งแต่นครสวรรค์ลงมาได้บ่าเข้าทุ่งสองฝั่งเจ้าพระยาไปจำนวนมากทำให้ระดับน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท อยู่ที่ 3,616 ลบ.ม.ต่อวินาที และที่อ.บางไทร ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ 3,552 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งหากปริมาณ น้ำที่อ.บางไทร จ.อยุธยา ที่ไม่เกิน 3,600 ลบ.ม.ต่อวินาที และระดับน้ำน้ำที่สะพานพุทธ ไม่เกิน 2 เมตร เชื่อว่ากทม.จะผ่านช่วงน้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 13-18 ต.ค.ไปได้







