posttoday
ดูงานให้ได้เรื่อง

ดูงานให้ได้เรื่อง

30 กันยายน 2554

การศึกษาดูงานนอกสถานที่ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การศึกษาดูงานจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้ดูงานได้นำความรู้และประสบการณ์

การศึกษาดูงานนอกสถานที่ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การศึกษาดูงานจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้ดูงานได้นำความรู้และประสบการณ์

โดย..วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

การศึกษาดูงานนอกสถานที่ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การศึกษาดูงานจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อผู้ดูงานได้นำความรู้และประสบการณ์จากการดูงานมาถ่ายทอดให้ผู้ร่วมงานที่ไม่ได้ไปดูงานได้ฟัง เพื่อจุดประกายให้เกิดแนวความคิดและแนวทางปฏิบัติใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรหรือส่วนรวม

การถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จึงเป็นที่มาของเรื่อง “การบริหารจัดการความรู้” (Knowledge Management) และ “องค์กรแห่งการเรียนรู้” (Learning Organization)

เรื่องของการบริหารจัดการความรู้และองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่ว่านี้ เราต้องคอยให้กูรูฝรั่งเป็นคนเริ่มต้นก่อน เป็นคนบอกให้เราทำเพราะมีประโยชน์ พวกเราถึงรู้ว่าเรื่องแบบนี้มีชื่อเรียกตามที่กูรูตั้ง ทั้งที่พวกเราก็ทำกันมานานแล้ว แต่ไม่มีระบบ ไม่มีรูปแบบ และที่สำคัญก็คือ ไม่มีชื่อเรื่องที่เรียกกันเป็นทฤษฎีหรือแนวความคิดเฉพาะด้านมาถ่ายทอดต่อไป

ปัญหาของการศึกษาดูงานในบ้านเรา (โดยเฉพาะการศึกษาดูงานต่างประเทศ) ที่มีกันมากมาย (มหาศาล) แต่ที่นำมาประยุกต์ปฏิบัติให้เกิดประโยชน์และให้เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทยๆ กลับมีเพียงน้อยนิด เนื่องจากผู้ไปดูงานไม่ได้นำความรู้ประสบการณ์กลับมาถ่ายทอด หรือไม่ได้จดบันทึกหรือเขียนรายงานทิ้งไว้ให้อ่านให้ศึกษาต่อ เราเพียงแต่ปล่อยความรู้ประสบการณ์เราให้อยู่ในความทรงจำของแต่ละคน และไม่ช้าไม่นานมันก็เลือนหายไป

หลายท่านอาจจะบอกว่ามีผู้ดูงานหลายท่านตั้งใจจะถ่ายทอด แต่ก็ไม่มีใครสนใจฟัง (เพราะธุระไม่ใช่ และมีงานมากมายต้องทำอยู่แล้ว) บางท่านก็ว่าได้เขียนรายงานการศึกษาดูงานไว้แล้ว แต่ก็ไม่มีคนสนใจเปิดอ่าน

ปัญหาจึงอาจอยู่ที่ว่าเรื่องหรือเนื้อหาที่ไปดูงานนั้นมีสาระที่เป็นประโยชน์กับใครบ้าง หรือแค่เป็นประโยชน์ต่อผู้ดูงานไม่กี่คน หรือเป็นการดูงาน “แค่เอามันส์” ของใครบางคนเท่านั้น หลายสิ่งหลายอย่างก็เลยย่ำอยู่กับที่ ทั้งที่ควรจะเปลี่ยนแปลงล้ำสมัยไปนานแล้ว

ไม่เชื่อลองดูตัวอย่างที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ที่อยากแสดงว่าเราน่าจะทำได้เอง ก็คือเมื่อครั้งที่ระบบขายส่งยักษ์ใหญ่แบบซูเปอร์สโตร์ของต่างชาติเข้ามาถล่มทลายร้านโชห่วยที่ท่าเตียน (เกือบ) พังพินาศนั้น ผมยังสงสัยถึงทุกวันนี้ว่าทำไมพวกเขาถึงทำได้

แต่คนไทยเราทำไมทำไม่ได้ ทั้งที่ไม่ใช่แนวความคิดหรือวิธีปฏิบัติที่วิเศษพิสดารแต่อย่างไร การร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่ต่างชาติใน “ห่วงโซ่ของซูเปอร์มาร์เก็ต” (Supermarket Chain) มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากต้องระดมทุนเพิ่มแล้ว ยังต้องทำเพราะต้องพึ่งพา “เทคนิค” ใน 1 วิธีการจัดวางสินค้า (แบบใหม่) ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสีฟัน บะหมี่สำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เป็นต้น ตลอดจนการจัดวางสินค้าที่บนชั้นบนหิ้ง และการจัดวางสินค้าที่ระดับสายตาที่หัวหิ้งที่ต้องอาศัยความรู้และเทคนิคต่างชาติ

ทั้งที่ผู้บริหารและนักวิชาการเคยพบเคยเห็นเคยถามกันนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อมีโอกาสศึกษาดูงานต่างประเทศ การจัดชั้นวางหรือช่องใส่ผลไม้ อาหารสด อาหารแห้ง ก็ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญฝรั่ง ซึ่งผมก็ไม่ได้เห็นว่าจะแตกต่างจากของเดิมที่เราจัดวางเท่าไรนัก ก็เพียงแต่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นเท่านั้นเอง โดยเฉพาะการจัดวางพวกผลไม้สด ถ้าของสดจริงๆ จะมีสีสัน เราก็น่าจะทำได้ดีไม่แพ้เขา

อีกกรณีหนึ่งที่มีโอกาสดูงานบริษัท Logistic ชื่อดังที่ต่างประเทศ ได้ดูถึงวิธีการจัดเก็บของ วิธีขนถ่ายของ ยกย้ายของ โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการค้นหาและตรวจสอบความถูกต้องทั้งด้านจำนวนและที่เก็บ ก็เท่านั้นเองที่แปลกใหม่ ซึ่งผมดูแล้วผู้บริหารหรือวิศวกรมืออาชีพในบ้านเราก็น่าจะทำได้ดีไม่แพ้กัน เพียงแต่เราขาดความรู้แจ้งเห็นจริงในเรื่องของ “โลจิสติกส์” เท่านั้นเอง และอีกหลายๆ ตัวอย่างที่ผมเชื่อว่านักวิชาการและวิศวกร หรือที่ปรึกษาของไทยเรา

ที่อดสงสัยว่าทำไมต้องจ้างต่างชาติ ทั้งที่เราก็สามารถทำได้ไม่แพ้กัน

ปัญหาอาจอยู่ที่พวกเราไม่ยอมรับความรู้ความสามารถและศักยภาพของคนไทยด้วยกันเองครับผม

&<2288;
 

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่