
แฉเอ็มโอยู44ล็อกสเปก แหล่งพลังงานที่ทับซ้อน
แฉนักการเมืองผู้มีอำนาจล็อกสเปกเอ็มโอยูปี 2544 เพื่อผลประโยชน์ โดยไม่สนเขตแดน
แฉนักการเมืองผู้มีอำนาจล็อกสเปกเอ็มโอยูปี 2544 เพื่อผลประโยชน์ โดยไม่สนเขตแดน
พล.ร.ท.ประทีป ชื่ออารมณ์ อดีตเสนาธิการฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือในฐานะอดีตกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีปปี 2544 หรือเอ็มโอยูปี 2544 ที่ลงนามในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีตัวละครควบคุมเรื่องผลประโยชน์ 3 ฝ่าย คือ นักการเมือง นักวิชาการ และข้าราชการ
ทั้งนี้ ภายหลังจากมีเอ็มโอยูฉบับนี้แล้วการเจรจาไม่ก้าวหน้าเรื่องเส้นเขตแดน แต่ก้าวหน้าเรื่องผลประโยชน์และทุกครั้งต้องเจรจานอกโต๊ะโดยนักการเมือง ซึ่งฝ่ายกัมพูชายืนยันต้องการแบ่งปันผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อน โดยไม่สนใจเรื่องเส้นเขตแดน ขณะที่ไทยยืนยันต้องแบ่งเส้นเขตแดนก่อนแบ่งผลประโยชน์
“ผมขอเรียกว่าเป็นเอ็มโอยูล็อกสเปกที่ทำให้เกิดตัวเลขแบ่งผลประโยชน์ 3 ชุด คือ 90:10 50:50 และ 90:10 ของผู้มีอำนาจ ซึ่งมีนักการเมืองเกี่ยวข้องแน่นอน” พล.ร.ท.ประทีป กล่าว
พล.ร.ท.ประทีป ยกตัวอย่างว่า บทบาทนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเป็นผู้ควบคุม นายซกอาน รองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาที่รับผิดชอบด้านปิโตรเลียมของประเทศกัมพูชา และ นายวาร์ คิมฮง ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี) ฝ่ายกัมพูชา ขณะที่ฝ่ายไทยก็มีนักการเมืองเข้ามาควบคุมและอยู่เบื้องหลังเจ้าหน้าที่ที่ไปเจรจา โดยไม่มีข้าราชการกล้าฝ่าฝืน
ด้าน พล.ร.อ.ถนอม เจริญลาภ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวว่า หากฝ่ายการเมืองต้องการหาผลประโยชน์ด้านแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนมีวิธีเดียวคือ เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ได้รับสัมปทานในแหล่งพลังงาน







