
โลกหนีหนี้ร้อน หันซบ ดอลลาร์
ท่ามกลางความผันผวนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทั้งในยุโรปและสหรัฐ
ท่ามกลางความผันผวนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทั้งในยุโรปและสหรัฐ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ท่ามกลางความผันผวนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทั้งในยุโรปและสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกต่างควานหาแหล่งเก็บเงินที่ดีและปลอดภัยกันอย่างจ้าละหวั่น
ดังนั้น ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โลกจึงได้ประสบกับสภาวะแปรปรวนของตลาดมาจนเกือบครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับแดงทั้งกระดานร่วงกราวรูดในวันเดียวจากแรงเทขาย เพื่อหันไปจับสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าถึงแม้จะให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าหุ้น เช่น ทองคำ จนทำให้ราคาทองคำซึ่งเป็นสินค้าในตลาดโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นทุบสถิติในรอบหลายสิบปี
อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงของราคาทองคำก็เริ่มทำให้เกิดคำถามขึ้นภายในใจของนักลงทุน โดยเฉพาะนักเก็งกำไรว่า สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ทองคำ จะยังคงเป็นแหล่งพักเงินที่ดีหรือไม่
เพราะราคาทองคำที่สูงขึ้นย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงสูงมากขึ้นตามไปด้วย ยิ่งเมื่อบวกกับสถานการณ์วิกฤตหนี้สาธารณะจากฝั่งยุโรปที่ปรากฏเค้าชัดเจนมากขึ้นทุกที ก็ยิ่งทำให้นักลงทุนในตลาดวิ่งหาที่เก็บเงินที่ปลอดภัยกว่าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
คำตอบที่ตอบโจทย์และรองรับความต้องการของนักลงทุนในตลาดได้ดีที่สุดในเงื่อนไขเช่นนี้ก็คือ ตลาดพันธบัตร หรือบอนด์ โดยพันธบัตรสหรัฐยังคงเป็นพันธบัตรที่ได้รับความสนใจจากตลาดทั่วโลก
ทั้งนี้ เมื่อเทียบความปลอดภัยระหว่างพันธบัตรสหรัฐกับทองคำ ก็คือว่า พันธบัตรนั้นเวลาไถ่ถอนแม้จะไม่ได้กำไรจากดอกเบี้ยคืน แต่ก็ได้เงินต้นคืนครบ แต่สำหรับทองคำ แม้ว่าจะปลอดภัย แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่ใช้เก็บมากกว่านำมาลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสั้น ดังนั้นถ้าขายทองคำต่ำกว่าราคาที่ซื้อก็ย่อมต้องขาดทุนแน่นอน
อย่างไรก็ตาม สถานะของพันธบัตรสหรัฐต้องสั่นคลอนอีกครั้ง เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน(เอฟโอเอ็มซี) มีมติออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ Operation Twist ที่จะใช้เงิน 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากการขายพันธบัตรระยะสั้นไปซื้อพันธบัตรระยะยาวภายในเดือนมิ.ย. 2555 เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรระยะยาวลดต่ำลง
จุดประสงค์ของการกดดอกเบี้ยระยะยาวให้ต่ำลง ก็เพื่อหวังว่าการกระทำดังกล่าวจะกระตุ้นการใช้จ่ายและการกู้ยืมในเศรษฐกิจ จนทำให้ผู้บริโภคมีความคล่องตัวในการกู้เงินมาใช้จ่าย เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่นำไปจำนองเพื่อรับเงินกู้นั้น เข้าข่ายการออกพันธบัตรในระยะยาวด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวต่ำลง ก็เท่ากับเป็นการช่วยลดภาระของผู้กู้ไปโดยปริยาย
แม้จะหวังผลดีให้เศรษฐกิจมีความคึกคัก แต่ก็ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดเริ่มมองเห็นความเสี่ยงในการลงทุนมากขึ้น เพราะสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐในปัจจุบันต้องการยาที่แรงมากกว่านี้
ทั้งนี้ ริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานเฟด สาขาดัลลัส ระบุว่า นโยบายดังกล่าวของเฟดไม่น่าจะส่งผลใดๆ ต่อเศรษฐกิจของประเทศ เช่นเดียวกับที่ เดนนิส ล็อกฮาร์ต ประธานเฟด สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า Operation Twist อาจกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐให้กระเตื้องขึ้นได้เล็กน้อย แต่ไม่มากพอที่จะทำให้ฟื้นตัวได้
เสียงตอบรับที่ค่อนข้างผิดหวังจากนโยบายของเฟด ส่งผลให้นักลงทุนมีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนจำนวนมากเข้าถือเงินสดเก็บไว้กับตัวกันถ้วนหน้า และแน่นอนว่า เงินสดที่มีสภาพคล่องสูงย่อมหนีไม่พ้นเงินสกุลเหรียญสหรัฐ
เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือว่า สกุลเงินเหรียญสหรัฐยังคงมีสถานะเป็นเงินสกุลหลักหนึ่งเดียวที่ทั่วโลกยอมรับ และพร้อมใจกันถือเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศกันอยู่
ทั้งนี้ เงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่ามากขึ้น หลังจากที่อ่อนตัวลงมานาน อันเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ปัญหาหนี้ภายในประเทศและอัตราการว่างงานอยู่ในระดับสูงจนทำให้นักลงทุนแห่เทขายก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งนอกจากนโยบาย Operation Twist แล้วอีกส่วนหนึ่งก็เพราะปัญหาหนี้สาธารณะในภูมิภาคยุโรป
วิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้นักลงทุนต่างตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก โดยสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกวิตกกันมากที่สุดไม่ใช่การที่กรีซผิดนัดชำระหนี้ แต่เป็นผลกระทบที่จะลุกลามสู่ภาคการเงินการธนาคารของภูมิภาคยุโรป จนอาจก่อให้เกิดวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส ในสหรัฐเมื่อปี 2551 ที่ธนาคารหลายแห่งร่วงล้มตามๆ กันราวโดมิโน
และยิ่งเมื่อ โฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ที่เผยว่าจะเสนอทางเลือกเพื่อออกพันธบัตรยูโรโซนในเร็วๆ นี้ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ในภูมิภาค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภายุโรปมาโดยตลอด แต่ได้รับการคัดค้านจากประเทศหัวหอกอย่างเยอรมนี เนื่องจากจะเป็นการเพื่อต้นทุนการกู้ยืมของเยอรมนีและประเทศสมาชิกที่มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ AAA รายอื่นๆ ก็ยิ่งทำให้ตลาดพันธบัตรไม่น่าจะปลอดภัยอีกต่อไป
เมื่อตกอยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เช่นนี้ นักลงทุนในตลาดทั่วโลกจึงต้องวิ่งหาแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีเงินสดติดมือถือไว้ให้อุ่นใจเพื่อรอดูท่าทีของตลาดให้แน่ชัดเสียก่อน
เท่ากับว่า เงินเหรียญสหรัฐจึงมีแนวโน้มแข็งค่าต่อไปขึ้นเรื่อยๆ เพราะนักลงทุนในตลาดพร้อมใจกันขนเงินมาถือเงินเหรียญสหรัฐกัน เพราะไม่ว่าจะหันไปหาน้ำมัน ทองคำ หรือพันธบัตร ก็ล้วนแล้วแต่เจอกับความเสี่ยงแทบทั้งสิ้น







