
รวบแก๊งเงินกู้ไถลูกหนี้ได้เงินน้ำท่วม
จับสาวขอนแก่นร่วมแก๊งเงินกู้โหด ออกไถดอกเบี้ยจากลูกหนี้หลังรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
จับสาวขอนแก่นร่วมแก๊งเงินกู้โหด ออกไถดอกเบี้ยจากลูกหนี้หลังรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. ร่วมกับ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ณัฐกร ประภายนต์ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผกก.2 บก.ป. ร.ต.อ.กริช วรทัต สว.กก.2 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม น.ส.วีรยา ผลภิญโญ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 276 หมู่ 12 ต.วังชัย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน พร้อมของกลาง อาวุธปืนขนาด 9 มม.เงินสดรวม 88,060 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง นามบัตร “ไทรเจริญ ธุรกิจเงินทุน” และ นามบัตร “มณีเกตุเงินทุนหมุนเวียน” พร้อมทั้งบัญชีรายชื่อลูกหนี้เงินกู้ และเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกเป็นจำนวนมาก จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 247/389 หมู่ 5 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ผบก.ป.กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากชุดสืบสวน กก.2 บก.ป.สืบทราบพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดในพื้นที่ จ.ชลบุรี ซึ่งฉวยโอกาสกับลูกหนี้ที่เป็นชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมและรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐรายละ 5,000 บาท เข้าไปข่มขู่ทวงหนี้ดอกเบี้ยเงินกู้ซึ่งเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัยที่กำลังได้รับความเดือดร้อน
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบ น.ส.วีรยา และกลุ่มชายฉกรรจ์ 13 คน พร้อมกับเอกสารเอกสารสัญญากู้ยืมเงิน บัญชีรายชื่อลูกหนี้เงินกู้ประมาณ 1,000 ราย ยอดเงินกู้ทั้งหมดประมาณ 5 ล้านบาท จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนและทำประวัติ ที่ บก.ป.ในส่วนของ น.ส.วีรยา ได้พิจารณาดำเนินคดีเนื่องจากพบอาวุธปืนของกลางอยู่ในความครอบครอง
ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า ได้รับเงินทุนหมุนเวียนจากนายทุนเงินกู้รายหนึ่งใน จ.จันทบุรี ให้นำมาปล่อยเงินกู้นอกระบบกับชาวบ้านใน จ.ชลบุรี รวมทั้งในภาคตะวันออกและภาคกลาง โดยแบ่งเป็นสายต่างๆ ตั้งโต๊ะปล่อยเงินกู้เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ต่อวัน มีวงเงินกู้ตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท ซึ่งทุกวันกลุ่มชายฉกรรจ์จะขับจักรยานยนต์ออกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ และติดตามทวงหนี้ก่อนนำส่งให้นายทุน โดยทำมาแล้วประมาณ 3 ปี ทั้งหมดได้รับค่าจ้างจากนายทุนเงินกู้เดือนละ 4,000 บาท ไม่รวมเปอร์เซ็นต็ที่ได้รับจากการเก็บดอกเบี้ยเงินกู้มาได้ และเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 100 บาท
พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวอีกว่า ตามแนวทางการสืบสวนขณะนี้พบว่านายทุนเงินกู้รายนี้เป็นนักธุรกิจซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงอยู่ในหลายจังหวัดโดยเฉพาะในภาคตะวันออก และภาคกลาง โดยชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลขออนุมัติหมายศาลออกสืบสวนติดตามจับกุมแล้ว อย่างไรก็ดี สำหรับการพิจารณาดำเนินคดีตามความผิดฐานปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด นั้น ต้องมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์เสียก่อน และหากมีการแจ้งความแล้วพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินคดีตามความผิดดังกล่าว ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการป้องปรามไม่ให้กลุ่มบุคคลที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบกระทำความผิดอันเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ด้วย







