
"ปู"สั่งยกเครื่องระบบเตือนภัยพิบัติ
นายกรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานบูรณาการเรื่องการเตือนภัย เร่งช่วยประชาชน พร้อมปล่อยคาราวานสิ่งของและเรือช่วยเหลือ
นายกรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานบูรณาการเรื่องการเตือนภัย เร่งช่วยประชาชน พร้อมปล่อยคาราวานสิ่งของและเรือช่วยเหลือ
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่หลายภาคของประเทศ โดยสอบถามไปยังศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบอุทกภัย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้มีหลายหน่วยงานที่ทำการชี้แจงการเตือนภัย จึงทำให้เกิดความการสับสน ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ได้แก้ไขชี้แจงข่าวสารให้ถูกต้องแล้ว หลังจากนี้จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่จะประมวลการเตือนภัยต่างๆให้เป็นระบบมากขึ้น
นายกฯยอมรับว่า ระบบการเตือนภัยถือว่าเป็นจุดอ่อนในการทำงาน เนื่องจากเรามีหลายหน่วยงานในการประมวลผล ทั้ง กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงวิทยาศาสตร์ที่สามารถทำได้ รวมถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉะนั้นทุกอย่างต้องมีกลไลในการบูรณาการร่วมกัน เพื่อใช้ในการประมวลผลให้แม่นยำและถูกต้องแก่ประชาชน และที่สำคัญวันนี้ไทยยังไม่มีระบบเตือนภัยที่ถาวร ซึ่งเรื่องระบบเตือนภัยจะนำไปหารือในคณะกรรมการบูรณาการและการจัดการเรื่องน้ำที่รัฐบาลตั้งขึ้น
ส่วนปัญหาประตูระบายน้ำ ที่บางโฉมศรี จ.สิงห์บุรี รัฐบาลจะดูแลอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียนว่ากรมชลประทานไม่เข้าไปซ่อมแซมนั้นจะนำไปหารือกับกรมชลฯในวันพฤหัสบดี ที่29 ก.ย.นี้ทันที
อย่างไรก็ตามในจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยยังน่าเป็นห่วง คือ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ โดยได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย เร่งให้การช่วยเหลือแผน 2 พี 2 อาร์ และให้กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมกันรายงานพยากรณ์อากาศ สัญญาณเตือนภัยต่างๆ และการคำนวณปริมาณน้ำ แจ้งเตือนประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่ก่อนเกิดเหตุอย่างเข้มข้น สร้างคันกั้นน้ำป้องกันเบื้องต้น และอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ให้นำกรณีจังหวัดลพบุรี มาเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหา รวมทั้งให้เตรียมการช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนหลังน้ำลด เนื่องจากพื้นที่การเกษตรบ้านเรือนได้รับความเสียหายและสูญเสียอาชีพ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่ประสบอุทกภัย ซ่อมแซมและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เช่น ถนน สะพาน รวมทั้ง ช่วยสร้างบ้านที่ได้รับความเสียหายให้ประชาชน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัย กระจายความรับผิดชอบดูแลความเดือดร้อนของประชาชนให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ตามแผน 2 พี 2 อาร์ แล้วรายงานสถานการณ์มายังศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า นายกฯยังได้เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานสิ่งของและเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยกรมป้องกันฯ ได้ดำเนินการจัดหาเรือพายขนาดเล็ก จำนวน 5,000 ลำ ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยให้ เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดที่ประสบอุทกภัยใช้ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง
ในเบื้องต้นจะดำเนินการจัดส่งเรือให้แก่พื้นที่ประสบอุทกภัย 4 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี อุทัยธานี อ่างทอง และชัยนาท จังหวัดละ 500 ลำ รวม 2,000 ลำ เนื่องจากทั้ง 4 จังหวัด เป็นจังหวัดที่ประสบสถานการณ์อุทกภัยที่ค่อนข้างรุนแรง มีระยะเวลาการเกิดน้ำท่วมขังนาน และคาดว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งการจัดส่งเรือจะทำให้การอพยพผู้ประสบภัย การขนย้ายสิ่งของ การเดินทางของประชาชนในพื้นที่เป็นไปด้วยความสะดวก รวมถึงส่งผลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จึงช่วยลดความสูญเสียจากการขาดทรัพยากรในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
สำหรับเรือที่เหลืออีก 3,000 ลำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะได้ดำเนินการส่งมอบในระยะต่อไป







