posttoday
เจ้าพระยาวิกฤติทะเลหนุน พายุ2ลูกถล่มอีสาน

เจ้าพระยาวิกฤติทะเลหนุน พายุ2ลูกถล่มอีสาน

27 กันยายน 2554

ประเทศไทยยังต้องเผชิญภาวะฝนตกหนักไปอีกตลอดทั้งสัปดาห์ และอาจถือเป็นช่วงสัปดาห์ที่วิกฤต

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

ประเทศไทยยังต้องเผชิญภาวะฝนตกหนักไปอีกตลอดทั้งสัปดาห์ และอาจถือเป็นช่วงสัปดาห์ที่วิกฤต น้ำท่วมจะเป็นปัญหาท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากที่สุด เนื่องจากมีพายุ 2 ลูกที่จะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่างมีระดับกักเก็บมากกว่า 90% และต้องเร่งระบายน้ำออก และนอกจากนี้ระดับน้ำทะเลตั้งแต่บัดนี้ก็จะเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ไปจนถึงวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงสุด

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประกาศเตือนให้เฝ้าระวังพายุโซนร้อนไห่ถาง ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะเดียวกันพายุไต้ฝุ่นเนสาด ในมหาสมุทรแปซิฟิก มีศูนย์กลางอยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ อาจเคลื่อนตัวถึงไทยในอีก 3-4 วันข้างหน้า จึงขอให้ระมัดระวังอันตรายจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม

ต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า พายุโซนร้อน “ไห่ถาง” (Haitang) จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในวันที่ 27 ก.ย.นี้ ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยช่วงวันที่ 27-28 ก.ย. ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ จ.นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

เจ้าพระยาวิกฤติทะเลหนุน พายุ2ลูกถล่มอีสาน

ด้านสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ส่วนใหญ่มีระดับน้ำกักเก็บเกิน 90% โดยเฉพาะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำมากกว่า 100% เกินกว่าระดับกักเก็บ จำเป็นต้องระบายออก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใต้เขื่อน

บุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนภูมิพลมีน้ำกักเก็บทั้งสิ้น 12,189 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 90.54% ของความจุอ่าง ต้องระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง วันละประมาณ 28.5 ล้านลบ.ม เนื่องจากยังมีน้ำไหลเข้าในปริมาณมาก กว่าระบายออก รวมทั้งต้องเฝ้าระวังหากมีพายุพัดเข้ามาในบริเวณภาคเหนือ ทางเขื่อนก็ต้องระบายเพิ่มมากกว่านี้

“ปีนี้ยังไม่หมดหน้าฝน หากหมดฝนนี้คาดว่าจะมีปริมาณน้ำ 9,000 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าเป็นสถิติน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลมากที่สุดตั้งแต่สร้างเขื่อนมา” บุญอินทร์ กล่าว

ประพันธ์ ก้านทอง ผู้อำนวยการชลประทาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า การระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่ออกสู่แม่น้ำโขงเป็นไปได้ช้าและปริมาณน้อย เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูง น้ำที่ท่วมจึงลดลงอย่างช้าๆ ขณะที่แนวโน้มแม่น้ำโขงจะลดลงแล้ว น่าจะสามารถระบายออกได้เร็วขึ้น แต่ทุกฝ่ายก็ยังคงต้องติดตามพายุไห่ถาง เพื่อเตรียมบริหารจัดการน้ำ ให้ชาวบ้านเดือดร้อนน้อยที่สุด

ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่มีมากทำให้การบริหารจัดการยากมาก โดยเฉพาะขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลมากกว่า 90% เขื่อนสิริกิติ์อยู่ที่ 99% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มากกว่า 100% เขื่อนป่าสักฯ ต้องระบายน้ำออกวันละ 77 ล้านล้านลบ.ม. ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ จ.ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี ที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็น่าหนักใจ เนื่องจากน้ำในลำน้ำมูลและแม่น้ำชีเต็มฝั่ง ประกอบกับพายุที่จะเข้า 2 ลูก

วีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้เขื่อนทั่วประเทศมีปริมาณน้ำเกือบเต็มทั้งหมดโดยเฉพาะภาคเหนือ แต่จะประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ลดการระบายน้ำลงส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้กระทบแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น หากพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาไม่ส่งผลกระทบต่อภาคเหนือตอนบนก็คาดว่าปริมาณน้ำทั้งหมดจะกลับสู่ปกติได้ประมาณกลางเดือน พ.ย.

ขณะที่ข้อมูลพยากรณ์ระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุด โดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ คาดการณ์ว่า น้ำทะเลจะหนุนสูงสุดอีกครั้งในวันที่ 1 ต.ค.นี้ คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ จะสูงถึง 1.67 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) ขณะที่ปริมาณน้ำในขณะนี้สูง 1.32 เมตร (รทก.)

ด้าน จ.สุพรรณบุรี เกิดปัญหาขัดแย้งระหว่างประชาชนลุ่มน้ำท่าจีน 2 จังหวัด คือชาวชัยนาท ต้องการให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ หรือประตูน้ำพลเทพ ลงสู่แม่น้ำท่าจีนมาทาง จ.สุพรรณบุรี เต็มพิกัด อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 280 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ ประภัตร โพธสุธน อดีต สส.สุพรรณบุรี และชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี ได้ไปเจรจากับชาว จ.ชัยนาท ได้ข้อสรุปว่า จะมีการ เปิดประตูระบายน้ำเข้าสู่ จ.สุพรรณบุรี เพิ่มจาก 190 ลบ.ม./วินาที เป็น 210 ลบ.ม./วินาที ซึ่งถือเป็นการแบ่งปันความเดือดร้อนของประชาชน 2 จังหวัดที่พอเหมาะพอควร

ด้านสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผวจ.สุพรรณ บุรี กล่าวว่า จากข้อตกลงดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ได้มีการเตรียมการเพื่อรองรับให้เกิดผลกระทบกับประชาชนใน จ.สุพรรณบุรี น้อยที่สุด ด้วยการระบายน้ำที่ถูกส่งลงมาออกไปตามคลองสาขาของแม่น้ำท่าจีน ไปสู่พื้นที่ที่ไม่มีปัญหาทางด้านการเกษตรแล้ว โดยเฉพาะในคลองสาขา ได้มีการระดมเครื่องมือเข้าไปดำเนินการขุดลอกคลอง เก็บสิ่งกีดขวางทางเดินของน้ำออก เพื่อให้น้ำระบายต่อไปได้อย่างสะดวก

“สองริมฝั่งท่าจีนที่น้ำยังคงท่วมบ้านเรือนของราษฎรอยู่ อาจจะถูกน้ำท่วมเพิ่มมากขึ้น ที่ อ.บางปลาม้า อ.เมืองสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นที่ลุ่มและมีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่ากลางอำเภอ ในส่วนพื้นที่เศรษฐกิจที่แม่น้ำท่าจีนไหลผ่ากลางตลาดทั้ง 6 อำเภอทุกแห่งเร่งระดมเพิ่มกำแพงกระสอบทรายขึ้นอีก” ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี