
ปทุมธานีอ่วม!บ้านริมน้ำท่วมซ้ำสอง
น้ำเจ้าพระยาปทุมธานีเพิ่มสูงขึ้นท่วมบ้านริมน้ำซ้ำรอบสองชาวบ้านพายเรือโฟมพาสุนัขปัสสาวะบนบกด้าน ผู้ว่าฯเผยปทุมธานีได้รับผลกระทบน้ำท่วมทั้งสิ้น 54 ตำบล 23,000 ครอบครัว
น้ำเจ้าพระยาปทุมธานีเพิ่มสูงขึ้นท่วมบ้านริมน้ำซ้ำรอบสองชาวบ้านพายเรือโฟมพาสุนัขปัสสาวะบนบกด้าน ผู้ว่าฯเผยปทุมธานีได้รับผลกระทบน้ำท่วมทั้งสิ้น 54 ตำบล 23,000 ครอบครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลทำให้เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขต อ.เมือง และ อ.สามโคก เป็นรอบที่สอง หลังระดับน้ำลดลงไปเมื่อ 2-3 วันที่ก่อน แต่วันนี้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ของแต่ละพื้นที่ ต้องเสริมแนวคันกระสอบทรายกั้นน้ำเพิ่มอีก เตรียมรับมือกับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกรงว่าจะมีการปล่อยระบายน้ำ เพิ่มมากขึ้น หลายพื้นที่วันนี้เร่งกรอกกระสอบทรายเพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ ส่วนในคลองซอยย่อยในเขตอ.สามโคก จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถตักผักตบชวา และเศษวัชพืชที่มีจำนวนมากในคลองและอยู่ใกล้ริมประตูระบายน้ำ ตักออกเพื่อให้น้ำสามารถระบายได้อย่างสะดวก ไม่ตันบริเวณประตูระบายน้ำ
นางสมบัติ บุบผา อายุ 54 ปี ชาวบ้าน ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พายเรือโฟมพาสุนัขชื่อเจ้าบ๊อบบี้ สุนัขพันธ์บางแก้วผสม อายุกว่า 10 ปี ออกมาปล่อยให้ขึ้นไปปัสสวะบนบก จากนั้นเมื่อมันทำกิจธุระเสร็จเรียบร้อย ก็จะส่งเสียงครางเรียกนางสมบัติฯ ให้พายเรือออกมารับไปบ้าน ซึ่งทั้งสุนัข และคน ต้องอยู่รวมกันบนบ้านพักชั้น 2 หลังระดับน้ำเข้าท่วมบ้านพักที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ หมู่ 1 – หมู่ 4 ต.ท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับความเดือดร้อนอีกหลายครัวเรือน เนื่องจากพื้นที่ใน ต.ท้ายเกาะ เป็นเขตพื้นที่รอยต่อจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมสูงมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ต้องใช้เรือในการเข้าออกเท่านั้น หลายบ้านที่มีเด็กเล็กต้องคอยระมัดระวังดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องพายเรือไปรับส่งเนื่องจากช่วงนี้หลายโรงเรียนยังคงเปิดเรียน
ด้าน นาย พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี แบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนแรกเป้นความเสียหายสองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คือเขต อ.เมือง และอำเภอสามโคก โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชน อีกส่วนหนึ่งคือความเสียหายในพื้นที่อื่นๆอีก 5 อำเภอ คือ โดยเฉพาะในเขต อ.หนองเสือ ที่รับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มาตามคลองระพีพัฒน์ ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร รวมทั้งเลือกสวนไร่นา โดยทางเกษตรจังหวัดปทุมธานี ประมวลความเสียหายแล้วมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายแล้ว 27000 ไร่ ส่วนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี รวบรวมได้รับข้อมูลความเสียหายจากอำเภอต่างๆแล้ว 54 ตำบล 324 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือนร้อนประมาณ 23,000 ครอบครัว ซึ่งเราก็ได้เข้าไปแก้ไขให้ความช่วยเหลือตลอดมา
ส่วน การป้องกันน้ำละลอกใหม่ที่จะไหลลงมานั้นคาดว่าคงเบาแล้ว เพราะเราได้ทำคันกั้นน้ำและวางกระสอบทราบ ไว้ตลอดแนวแล้ว ซึ่งสถานการณ์ก็คงเบาลงไปเรื่อยๆ เพราะว่าน้ำท่วมทั้งลพบุรีและที่อื่นๆนั้น น้ำส่วนหนึ่งก็กระจายลงทุ่งไป ที่เหลือลงมาถึงเราก็คงไม่มากและเรามีคนกั้นน้ำแล้ว ซึ่งในชั้นในนั้นน้ำคงไม่มีจะมีผลกระทบบ้างก็ประชาชนที่อยู่รอบนอก ซึ่งเราก็ต้องช่วยเหลือดูแลอย่างดีต่อไป







