
จาตุรนต์เสนอลบล้างผลรัฐประหาร
จาตุรนต์หนุนการทำงานของ คอป.- คอ.นธ.-ข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ ให้ลบล้างผลรัฐประหาร อ้างสังคมควรหยุดคิดกันเพื่อเเก้ไขขัดเเย้ง
จาตุรนต์หนุนการทำงานของ คอป.- คอ.นธ.-ข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ ให้ลบล้างผลรัฐประหาร อ้างสังคมควรหยุดคิดกันเพื่อเเก้ไขขัดเเย้ง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวในรายการเอ็กซ์คลูซีฟ เอฟเอ็ม100.ว่า เป็นประเด็นสำคัญมากสำหรับสังคมไทยที่ต้องทำอย่างรีบด่วนแต่ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะสำเร็จ แต่ตอนนี้มีแนวโน้มที่ดีเพราะหลายฝ่ายมีข้อเสนอเข้ามา ตนมีความเห็นและเงื่อนไขสำคัญในเรื่องนี้คือ ค้นหาและทำความจริงให้ปรากฎ เดินหน้าดำเนินคดีให้เกิดความยุติธรรมกับฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะผู้เสียหายที่รู้สึกว่าความยุติธรรมเกิดขึ้น การปรองดองนั้นต้องมีกติกาที่เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตย รวมทั้งทำให้สังคมเชื่อถือกติกาและระบบแทนที่จะออกไปสู้นอกกติกา คือคนที่มีความเห็นแตกต่างแต่อยู่ร่วมกันโดยใช้กติกาแก้ไขความขัดแย้ง
นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า คอป.ตั้งขึ้นโดยรัฐบาลที่แล้วและรัฐบาลนี้ก็มีมติเห็นชอบและมอบให้ครม.บางส่วนไปประสานมติคอป.ให้เกิดผล ตนคิดว่าควรใช้คอป.เป็นหลักต่อไป เพราะฝ่ายค้านและรัฐบาลก็มีส่วนร่วมกัน หากคอป.ต้องการความช่วยเหลือก็ให้เสนอมาเช่น หากส่วนราชการบางแห่งไม่ร่วมมือ รัฐบาลจะไปกำชับให้
นายจาตุรนต์กล่าวว่า แต่ครั้งนี้เมื่อรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วมันไม่จบ เพราะไม่มีใครคุมสถานการณ์ได้ เช่น คมช.ยึดอำนาจและทำรัฐธรรมนูญใหม่แต่เลือกตั้งก็แพ้ ฝ่ายพรรคพลังประชาชนชนะและตั้งรัฐบาลสองครั้งก็โดนยุบ และครั้งนี้ก็เช่นกัน คือพรรคเพื่อไทยชนะและตั้งรัฐบาล และมีประเด็นว่าความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นนั้นจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้ไม่มีใครตั้งประเด็นว่า ควรจะนิรโทษกรรมก่อนหรือไม่ แม้จะมีความผิดกันเยอะ หากทำแบบนี้ต่อไปจะไม่มีบรรทัดฐานคือ คนจะคิดว่าจะทำผิดอีกแล้วก็ได้รับการยกโทษ และพร้อมเริ่มต้นที่จะผิดกันใหม่
เมื่อถามว่า ความขัดแย้งในครั้งนี้มีความซับซ้อนสูงมาก และแนวคิดของคณะนิติราษฎร์ที่เสนอขึ้นมาสี่ข้อนั้นมีความเห็นอย่างไร นายจาตุรนต์กล่าวว่า น่าสนใจเพราะข้อเสนอนี้ปลุกความคิดของคนไทยในการใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการรัฐประหาร ข้อเสนอหลายเรื่องใกล้เคียงกับคอป.บางส่วนและคล้ายกับกรรมการสมานฉันท์ของรัฐสภาชุดที่แล้ว คือเสนอแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
ทั้งนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ยกเลิกฉบับปัจจุบัน สิ่งที่แหลมคมคือลบล้างผลการรัฐประหารนั้น เพราะกำลังเสนอแนวคิดที่ใช้ๆกันมา คือการยอมรับการรัฐประหารที่มีการตั้งรัฐบาลและออกกฎหมาย สังคมต้องปฏิบัติตามนี้ ระบบกฎหมายไทยยอมรับว่าคำสั่งคณะรัฐประหารคือกฎหมายโดยศาลฎีการับรองไว้ในอดีต แต่ศาลปัจจุบันนั้นก็อ้างอิงกัน ความจริงการอ้างแบบนี้มันไม่ถูก เพราะรัฐธรรมนูญที่โดนฉีกไปมันต้องใหญ่กว่าคำพิพากษา แต่สังคมไทยกลับยอมรับกัน คณะนิติราษฎร์จึงเสนอว่าสังคมไทยควรเลิกคิดแบบนี้และต้องปฏิเสธการรัฐประหาร หลักคิดว่าประเทศไทยจะยอมรับการรัฐประหารหรือไม่ มันทำให้เกิดการคิดใหม่หมด ข้อเสนอนี้สังคมควรนำมาคิดแบบจริงจังว่าผิดหรือถูก
เมื่อถามว่าแนวคิดดังกล่าวอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่ามันจะพัฒนาการไปในขั้นนั้นอีก เพราะทุกวันนี้สังคมไทยยังขัดแย้งอยู่ เมื่อมีคนเสนอแนวคิดแก้ไขขึ้นมา ฝ่ายต่อต้านจะออกมาคัดค้าน แต่หากปล่อยไว้เฉยๆปัญหาจะเกิดมากขึ้นและรุนแรงกว่าการไม่ทำอะไรเลย ตนคิดว่าสังคมควรตั้งสติและเปิดโอกาสในการรับฟังความคิดแบบต่างๆ เพราะมันจะหาทางการแก้ไขเพื่อก้าวไปสู่ในจุดที่ตนกล่าวในข้างต้น
ส่วนกรณีที่รัฐบาลตั้งคอ.นธ.ขึ้นมานั้น หลักคิดคืออะไรและหวังจะให้ทำอะไร นายจาตุรนต์กล่าวว่าคอ.นธ.ไม่มีหน้าที่สั่งใคร แต่จะทำหน้าที่ศึกษาและรวบรวมความเห็นต่อสังคมและรัฐบาล คอ.นธ.จะศึกษาเน้นการใช้กฎหมายและหลักนิติธรรมกับฝ่ายต่างๆ จุดสำคัญอยู่ที่ว่าจะศึกษาด้านใด หากศึกษาด้านนิติธรรมนั้น ตนมองว่าดีเพราะสังคมไทยมีความรู้เรื่องนี้น้อย เพราะไม่ยึดความยุติธรรมเท่าที่ควรจนประเทศเข้าสู่ความวิกฤต เพราะที่ผ่านมามักพูดคำที่คล้ายกันคือนิติรัฐ คือประเทศปกครองด้วยกฎหมาย และการตั้งคอ.นธ.มันคล้ายกับรัฐบาลที่แล้วตั้งคอป.รวมทั้งกรรมการชุดนายอานันท์ ปันยารชุนและนพ.ประเวศ วะสี
เมื่อถามว่าคอ.นธ.จะชี้สิ่งที่เป็นปัญหาและควรปฏิรูปใช่หรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่าทำนองนั้น การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ทำกันมาก่อนหน้านี้และมีผลในการจัดองค์กรใหม่นั้น ทำให้เกิดแนวคิดใหม่คือความยุติธรรมสมานฉันท์ ช่วงที่มันสะดุดคือข้อเสนอให้ฝ่ายตุลาการมาจัดการกับฝ่ายการเมืองในการจัดการโครงสร้างต่างๆ แต่ปรากฎว่ามันอิรุตุงนัง จนเกิดคำว่าสองมาตรฐาน การปฎิรูปกระบวนการยุติธรรมจึงเปลี่ยนรูปไป และควรนำมาปฏิรูปใหม่คือมอบให้คอ.นธ.ดำเนินการโดยยึดหลักนิติธรรม คือไปศึกษารัฐธรรมนูญและเสนอให้รัฐบาลและรัฐสภานำมาผลักดันต่อไป







