
พิธีล้างเลือดทำเนียบฯไล่อัปมงคลหรือเพิ่มกรรม
การล้างอาถรรพณ์อาจช่วยในแง่จิตวิทยา เพื่อให้สบายใจขึ้น แต่หากเคยทำไม่ดีมาก่อน ก็คงจะไม่เป็นผลอะไร
การล้างอาถรรพณ์อาจช่วยในแง่จิตวิทยา เพื่อให้สบายใจขึ้น แต่หากเคยทำไม่ดีมาก่อน ก็คงจะไม่เป็นผลอะไร
โดย...สุภชาติ เล็บนาค/ ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
พลิกตำราดูฤกษ์ยามกันเป็นที่เรียบร้อย กับพิธีปัดเป่าความอัปมงคลทำเนียบรัฐบาล จากข่าวคราวเมื่อต้นเดือนกันยายน ศักดิ์ระพี พรหมชาติ พราหมณ์ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ประกาศจะทำพิธีขับไล่เสนียดจัญไรภายในทำเนียบรัฐบาล อันเป็นผลพวงที่พวกตนกระทำกันไว้เมื่อคราวที่นำเลือดที่อ้างว่ามาจากเลือดคน ผสมกับเลือดสัตว์ หมู เป็ด ไก่ นำมาเทไว้บริเวณประตูทำเนียบฯ เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นยุบสภา
เดิมประกาศมั่นเหมาะจะทำพิธีวันที่ 25 ก.ย.แต่แล้วจากการสอบถามความพร้อมผ่านพราหมณ์เสื้อแดง กลับบอกว่าพิธีดังกล่าวขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะตรงกับช่วงที่แกนนำเสื้อแดงแห่ไปเตะฟุตบอลกระชับมิตรกับส.ส.ประเทศกัมพูชา เมื่อเสร็จกิจกรรมกีฬาแล้วค่อยว่ากันใหม่
จะเป็นเพราะฟุตบอลกระชับมิตรเสื้อแดง กับเขมรเป็นสาเหตุสำคัญทำให้พิธีขับไล่เสนียดจัญไรทำเนียบต้องหลีกทางให้หรือไม่ แต่พิธีกรรมดังกล่าวก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่า หลักของพิธีพราหมณ์มีการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่
จะจริงหรือไม่ก็แล้วแต่ พิธีสาปแช่งดังกล่าวก็เหมือนเป็นบูมเมอแรงสะท้อนกลับมายัง “ศักดิ์ระพี” ทำให้ช่วงปีที่ผ่านมาเขาได้รับผลกระทบ ทั้งต้องถูกจำคุก และมีปัญหาต่อสุขภาพ ซึ่งก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาต้องเหนดตรียมจัดพิธีแก้เคล็ดที่ทำเนียบรัฐบาล
เขายืนยันว่าพิธีดังกล่าวเป็นพิธีเล็ก ๆ เท่านั้น โดยจะนำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จาก 9 วัด เช่น จากวัดพระธาตุเชิงชุม วัดป่าธรรมพิพิธ วัดหิรัญญิการวาส มาทำพิธี ซึ่งก็ไม่ได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หรือผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยมาร่วมงาน โดยจัดขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 24 ก.ย. และจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ครึ่ง จนข้ามไปถึงวันที่ 25 ก.ย. โดยเขายืนยันว่าจะขอใช้สถานที่หน้าประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล และใช้พื้นที่เพียงแค่ 3 ตร.ม.เท่านั้น แต่คราวนี้ก็ต้องหาฤกษ์กันใหม่
“ถือว่าเป็นศิริมงคล และเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยในฐานะที่เราได้รัฐบาลใหม่ขึ้นมา แต่ทั้งนี้สถานที่นี้ยังอาจมีพิธีกรรมบัดพลีเลือดเป็นพิธีกรรมที่สาปด้วยเลือดและเป็นศาสตร์ในด้านมืด ซึ่งอาจตกค้างอยู่ในสถานที่แห่งนี้ จึงต้องทำพิธีแก้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับใครและคงไม่มีใครออกมาคัดค้าน” ศักดิ์ระพีกล่าว
นอกจากนี้ ศักดิ์ระพียังเชื่อว่า ในบรรดาเลือดที่เทลงไปเมื่อทำพิธีครั้งก่อนนั้น จะมีเลือดของคนเสื้อแดง 91 ศพ ที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมหรือไม่ เขาจึงต้องทำพิธีเพื่อขอให้ดวงวิญญาณทั้งหมดไปสู่สุคติ
“พิธีทางพราหมณ์ ถือว่ามีความสำคัญ และมีคุณค่าทางจิตใจต่อทุกคน ซึ่งก็อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว การจะนำมาใช้ทางการเมืองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และก็เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ซึ่งในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็เคยทำ” พราหมณ์ศักดิ์ระพีกล่าว
อันที่จริง “พิธีพราหมณ์” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับการเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยอยู่โดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงหลังตั้งแต่เริ่มมีขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง “เสื้อเหลือง” “เสื้อแดง” พิธีพราหมณ์ก็กลายมาเป็นส่วนสำคัญที่มีส่วนช่วย ทั้งเรื่องของขวัญกำลังใจ และโชคลาภ จะเห็นได้จากไม่ว่าขบวนการเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดงเข้ามา ก็จะมีคนที่ทำหน้าที่ “พราหมณ์” ไว้คอยทำหน้าที่ปัดเป่าภัยร้ายอย่างสม่ำเสมอ
หากจำกันได้ เมื่อครั้งที่กลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ชุมนุม ขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์นั้น ก็มีการทำ “คุณไสย” กับท้าวมหาพรหม บริเวณอาคารทำเนียบรัฐบาล ส่วนที่อาคารต่างๆ มีการนำผ้ายันต์สีดำมาปิดไว้หน้าตึก รวมถึงท้าวมหาพรหมที่อยู่บนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า ได้มีการนำขี้ผึ้งมาปิดไว้ที่บริเวณดวงตาทั้ง 4 หน้า และนำทองคำเปลวมาปิดทับไว้ จนต้องทำพิธีเบิกเนตรกันเพื่อแก้คุณไสยศาสตร์
“พิธีทางพราหมณ์ไม่ว่าจะลงเสาเอก ขึ้นบ้านใหม่ หรือศาลพระภูมิ ล้วนเป็นไปเพื่อให้เกิดผลดี และเกิดความเป็นมงคลกับผู้ทำ ซึ่งโดยหลักแล้วไม่มีพิธีไหนที่เป็นเรื่องร้าย หรือสาปแช่งใคร” พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าคณะพราหมณ์ กล่าว
ส่วนการนำไปใช้ในทางการเมืองนั้น พระราชครูวามเทพมุนีกล่าวว่า สามารถกระทำถ้าเป็นเรื่องที่ดี ไม่ได้ไปสาปแช่งใคร แต่ก็ไม่อยากให้นำศาสนาพราหมณ์ไปแอบอ้างเพื่อทำพิธีกรรมที่เป็นอัปมงคล เพราะไม่ใช่หลักการของศาสนา ซึ่งหากจะเริ่มทำพิธีที่เป็นมงคลนั้นก็ย่อมต้องเริ่มต้นด้วยเจตนาที่ดี ก็จะเป็นมงคล
สำหรับพิธีแก้เคล็ดไล่สิ่งอัปมงคลภายในทำเนียบรัฐบาลของกลุ่มนปช.นั้น พระราชครูวามเทพมุนี กล่าวว่า หากมีเจตนาดีก็คงไม่มีอะไร แต่ถ้าทำพิธีแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสอนของศาสดา ก็จะเป็นบาปตกกับตัวเอง
"การล้างอาถรรพณ์อาจช่วยในแง่จิตวิทยา เพื่อให้สบายใจขึ้น แต่หากเคยทำไม่ดีมาก่อน ก็คงจะไม่เป็นผลอะไร" พระราชครูวามเทพมุนีกล่าวทิ้งท้าย
หลังจากแกนนำเสื้อแดงกลับจากเตะฟุตบอลเชื่อมสัมพันธ์ไทย-เขมร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องติดตามว่าพราหมณ์เสื้อแดงจะประกาศเดินหน้าทำพิธีล้างเลือดทำเนียบฯต่อไปหรือ ล้มเลิกอันเนื่องจากเหตุปัจจัยอื่นมาประกอบ







