
คุตบะฮ์ กับการจัดการสิ่งแวดล้อมในมัสยิด
การนำเสนอคุตบะฮ์ เป็นหลักคำสอนประการหนึ่งของศาสนาอิสลาม
การนำเสนอคุตบะฮ์ เป็นหลักคำสอนประการหนึ่งของศาสนาอิสลาม
โดย.. ไม่เครดิต
การนำเสนอคุตบะฮ์ เป็นหลักคำสอนประการหนึ่งของศาสนาอิสลาม ที่มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในวาระต่างๆ เพื่อตักเตือนให้ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคนได้สำนึกและตระหนักถึงเหตุการณ์แห่งชีวิตหรือหน้าที่แห่งชีวิต เพื่อบทสรุปอันนำไปสู่ความศรัทธาและความยำเกรงพระเจ้า เป็นปัจจัยปลูกฝังหลักคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม และพิธีกรรม
การจัดทำคุตบะฮ์ (คำแนะนำตักเตือน) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะทำให้ผู้นำศาสนาอิสลามสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการนำเสนอคุตบะฮ์ในโอกาสต่างๆ ได้ต่อไป
ในศาสนาอิสลามมีกฎสากลที่วางกรอบให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีสาระสำคัญ คือ ให้มนุษย์ได้รับรู้ต้นกำเนิดของตนเอง และรับรู้ภารกิจหลักในการกำเนิดมาบนโลกนี้ เขาไม่มีสิทธิที่จะแสดงอำนาจตามอำเภอใจ และสร้างความเดือดร้อนแก่สิ่งรอบข้างแม้กระทั่งตนเอง ภารกิจประการเดียวของมนุษย์บนโลกนี้ คือ การเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า ทุกกิจการงานไม่ว่าทั้งเปิดเผยและที่ลับ ส่วนตัวหรือส่วนรวม ล้วนแล้วต้องมีความโยงใยและสอดคล้องกับคำสอนของอัลลอฮ์
ความรู้ที่ถูกต้องคือสะพานเชื่อมที่ทำให้มนุษย์รู้จักใช้ชีวิตในฐานะบ่าวของอัลลอฮ์ ความรู้ที่ถูกต้องจะไม่ขัดแย้งกับสติปัญญาอันบริสุทธิ์ ในขณะที่สติปัญญาและความรู้จำเป็นต้องได้รับการชี้นำจากคำวิวรณ์ของอัลลอฮ์ ที่ได้รับการขยายความและประมวลสรุปโดยจริยวัตรของนบีมูฮัมหมัด
ดังนั้น การแสวงหาความรู้จึงเป็นหน้าที่หลักของมุสลิมโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ เพศ ช่วงอายุ เวลา สถานที่และสถานการณ์ ความรู้ที่ถูกต้องและสติปัญญาได้เป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์รู้จักใช้ชีวิตร่วมกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย อ่อนน้อมถ่อมตน และความพอเพียงที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการสันติภาพอันแท้จริง
มนุษย์มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ สรีระร่างกาย สติปัญญา และจิตวิญญาณ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแยกส่วน อิสลามได้คำนึงถึงองค์ประกอบด้วยมุมมองที่สมดุลและยุติธรรม ทุกองค์ประกอบจะต้องได้รับการดูแลพัฒนาอย่างเท่าเทียม อิสลามจึงให้ความสำคัญในการรักษาความสมดุลในร่างกายมนุษย์ องค์ประกอบทุกส่วนต้องได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน มีหน้าที่ที่สอดคล้องกับสัญชาตญาณโดยไม่มีการรุกล้ำหรือสร้างความเดือดร้อนซึ่งกันและกัน
มนุษย์คือส่วนหนึ่งของสังคมที่ไม่สามารถปลีกตัวออกจากกันได้ หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากความรับผิดชอบต่อตัวเองแล้ว ยังต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย เนื่องเพราะปรากฏการณ์ในสังคมที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ไม่ว่าด้านบวกหรือด้านลบ ย่อมมีผลกระทบต่อสมาชิกในสังคม อิสลามจึงห้ามมิให้มีการรุกรานหรือสร้างความเดือดร้อน ทรัพยากรมนุษย์จำเป็นต้องได้รับการรักษาและอนุรักษ์ไว้โดยไม่คำนึงถึงศาสนา ชนชาติ และเผ่าพันธุ์
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้านสังคมและสุขภาพ อิสลามส่งเสริมให้มนุษย์กระทำคุณงามความดีและสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บกวาดขยะสิ่งปฏิกูลและสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้บนถนนหนทาง มิให้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงน้ำทั้งน้ำนิ่งหรือน้ำไหล การถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะในแหล่งน้ำ
อิสลามกำชับให้มุสลิมทุกคนมีจิตใจที่อ่อนโยน ให้เกียรติทุกชีวิตที่อยู่รอบตัว โดยเฉพาะชีวิตมนุษย์ อิสลามจึงห้ามการทรมานสัตว์และการฆ่าสัตว์โดยเปล่าประโยชน์ ชาวมุสลิมไม่กล้าแม้กระทั่งฆ่านกตัวเดียว รวมทั้งไม่ทำลายต้นไม้ ไม่เป็นสาเหตุการตายของปลานับล้านตัวในแม่น้ำหรือทะเล หรือสร้างความเดือดร้อนแก่สรรพสัตว์ที่ใช้ชีวิตในป่า
ยิ่งไปกว่านั้น อิสลามยังกำชับให้มุสลิมตระหนักและให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ การเพาะปลูก ณ ที่ดินร้าง การพัฒนาที่ดินเพื่อเป็นแหล่งประกอบอาชีพ โดยยึดหลักความยุติธรรม ความสมดุล และความพอเพียง
อิสลามประณามการใช้ชีวิตที่สุรุ่ยสุร่าย ฟุ้งเฟ้อ โดยถือว่าการสุรุ่ยสุร่ายเป็นญาติพี่น้องของชัยฏอน (เหล่ามารร้าย) นบีมูฮัมหมัดได้ทักท้วงสะอัดที่กำลังอาบน้ำละหมาดโดยใช้น้ำมากเกินไป
คำสอนของอิสลามได้กล่าวถึงการจัดระเบียบ ให้มนุษย์รู้จักการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง สังคม สิ่งแวดล้อม โดยถือว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและร่วมมือกันปกป้องอนุรักษ์ เพื่อพัฒนาชีวิตที่ครอบคลุมและสมบูรณ์ มีความผูกพันอย่างแนบแน่นกับผู้ทรงสร้างสิ่งแวดล้อม
ล่าสุด พรทิพย์ ปั่นเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมมอบคุตบะฮ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมอบรางวัลมัสยิดที่ผ่านเกณฑ์การประเมินการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งมอบคุตบะฮ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ผู้นำศาสนาอิสลามไปใช้อ่านประกอบการเรียนการสอนศาสนา และนำคำสอนที่สอดคล้องกับศาสนามาพัฒนาชีวิต และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในมัสยิดและชุมชนโดยรอบชุมชน รวมถึงเพื่อมอบรางวัลแก่มัสยิดที่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีใน จ.พระนครศรีอยุธยา
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส กรมการศาสนา สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนให้มีการจัดทำคุตบะฮ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2551 และดำเนินการจัดทำจนแล้วเสร็จทั้งฉบับภาษาไทยและภาษามลายูท้องถิ่น
ในปี 2554 จึงได้จัดให้มีพิธีส่งมอบคุตบะฮ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั้ง 39 จังหวัด เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการนำเสนอคุตบะฮ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำไปใช้ในการอ่านประกอบการเรียนการสอนศาสนา ตลอดจนให้ผู้สนใจทั่วไปได้ใช้อ่านในโอกาสต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม
ปีนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมยังได้ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการประเมินการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับมัสยิด ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม 5 ด้าน คือ ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย การจัดการขยะ การประหยัดน้ำประหยัดไฟฟ้า และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มัสยิดมีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมให้ผู้นำ แกนนำมัสยิด ผู้มาประกอบศาสนกิจ และชุมชนโดยรอบเห็นความสำคัญในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับหลักศาสนาอิสลาม และสามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนาสิ่งแวดล้อมในมัสยิดได้ด้วยตนเอง
ในครั้งนี้มีมัสยิดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมโครงการจำนวน 51 แห่ง และได้มีการตรวจประเมินสรุปผลมัสยิดที่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2554 โดยมีมัสยิดที่ผ่านเกณฑ์การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมระดับดีเยี่ยม จำนวน 24 แห่ง และผ่านเกณฑ์ในระดับดี จำนวน 22 แห่ง ประกอบด้วย
มัสยิดที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับดีเยี่ยม จำนวน 24 แห่ง ใน 7 อำเภอ ได้แก่ มัสยิดนูรุ้ลยะมาล มัสยิดมูฮำมัดอาลียิสซอลีฮีน มัสยิดไทยปากิสตาน (ซาปูยาน) มัสยิดยามิอุ้ลอิสลาม มัสยิดอาลียินนูรอยน์ มัสยิดอิสลามวัฒนา มัสยิดตะเกี่ยโยคินราชมิสจินจาสยาม มัสยิดกุฎีช่อฟ้า อ.วังน้อย ได้แก่ มัสยิดนู๊รมูฮำหมัดอิสลาม มัสยิดยามีอุ้ลอิควาน อ.บางบาล ได้แก่ มัสยิดซำซุ้ลฮุดาห์ อ.ลาดบัวหลวง ได้แก่ มัสยิดรอซีดี มัสยิดเนี๊ยะอม่าตุ้ลมู่ฮายีรีน มัสยิดมุสลีมีน มัสยิดอัลฟุรกอน มัสยิดยามีอุ้ลคอยร็อต มัสยิดนูรุ้ลฮิดายะฮ์ มัสยิดซาสุรียะห์ มัสยิดมะห์มูดียะฮ์ มัสยิดมูฮัมมะดียะฮ์ มัสยิดอะมะดียะฮ์ อ.ผักไห่ ได้แก่ มัสยิดยะมาอะตุ้ลมุสลิม อ.เสนา ได้แก่ มัสยิดฮาซานียะห์ อ.บางปะอิน ได้แก่ มัสยิดอาลียิ้ลฆอลิไบน์
มัสยิดที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับดี จำนวน 22 แห่ง ใน 7 อำเภอ ดังนี้ อ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ มัสยิดญันนะตุ้ลนาอีม มัสยิดอะห์มะดียะห์ มัสยิดซุนนียะห์ มัสยิดฮิดายะตุ้ลอิสลาม มัสยิดญ่ามาลุ้ลอิสลาม (สะพานยาว) มัสยิดนูรุ้ลอิบาดะห์ มัสยิดตออีฟะฮ์ มัสยิดนูรุ้นอิหม่านวาริสซุลนะห์ มัสยิดดารุซซุนนะห์ มัสยิดอาลียิดดารอยน์ มัสยิดญ่ามาลุดดีน (อยุธยา) อ.วังน้อย ได้แก่ มัสยิดดารุลนาอีม อ.ท่าเรือ ได้แก่ มัสยิดนูรู้ลอิสลาม อ.ลาดบัวหลวง ได้แก่ มัสยิดซาดีลียะห์ (แขยด) มัสยิดเนียะม่าตุ้ลเลาะฮ์ มัสยิดกอดีรี มัสยิดคอยรียะห์ (เกาะใหญ่) อ.บางบาล ได้แก่ มัสยิดสมคิดอิสลาม อ.บางปะอิน ได้แก่ มัสยิดนูรู้ลอิสลาม (หัวเมฆ) มัสยิดนูรุ้ลฮูดา อ.เสนา ได้แก่ มัสยิดนูรุรริดวาน มัสยิดกอดีรียะห์
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;







