posttoday
ดอกเบี้ย 2 ตลาด ตัวการชะลอเศรษฐกิจ

ดอกเบี้ย 2 ตลาด ตัวการชะลอเศรษฐกิจ

23 กันยายน 2554

แค่เปิดวงยกแรกก็เป็นเรื่องร้อนแล้ว สำหรับการกำหนดกรอบเงินเฟ้อปี 2555

แค่เปิดวงยกแรกก็เป็นเรื่องร้อนแล้ว สำหรับการกำหนดกรอบเงินเฟ้อปี 2555

โดย...ทีมข่าวการเงิน

แค่เปิดวงยกแรกก็เป็นเรื่องร้อนแล้ว สำหรับการกำหนดกรอบเงินเฟ้อปี 2555 ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับกระทรวงการคลัง เพื่อสรุปเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก่อนสิ้นปี

การหารือในรอบแรกยังตกลงกันไม่ได้ เพราะยังมีความเห็นต่างกันอยู่มาก เหมือนอยู่กันคนละขั้ว เพราะว่าการกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อมันมีผลโดยตรงกับการขึ้นลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ ธปท.จะใช้กำกับดูแลอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ แต่กลับเป็นของแสลงรัฐบาลอยู่ในขณะนี้

เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเงินเฟ้อในประเทศพุ่งสูงขึ้นตลอดจากราคาอาหารและราคาน้ำมัน จนเงินเฟ้อล่าสุดเดือน ส.ค. 2554 ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศอยู่ที่ 4.29%

ดอกเบี้ย 2 ตลาด ตัวการชะลอเศรษฐกิจ

ซึ่งถือเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ ธปท.ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ล่าสุดอยู่ที่ 3.5% ต่อปี และยังมีแนวโน้มปรับอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบ 0.53% ต่อปี

ขณะที่รัฐบาลไม่ว่าจะเป็น ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง และกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ พยายามออกมากดดัน ธปท.อย่างต่อเนื่องให้หยุดการขึ้นดอกเบี้ย

เหตุผลสำคัญ การขึ้นดอกเบี้ยของ ธปท.กระทบกับการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการบริโภคและการลงทุนขยายเพิ่มขึ้น เป็นธงนำปั่นเศรษฐกิจให้โต เกิดการสร้างงาน คนมีรายได้ รัฐบาลจะได้คำชมว่าบริหารเศรษฐกิจได้เยี่ยม

ดังนั้น การกำหนดกรอบเงินเฟ้อปีหน้าจึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามแทรกแซงสุดตัว โดยเป้าหมายต้องการให้ ธปท.กำหนดกรอบเงินเฟ้อให้ขยับสูงขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยได้มีเวลาชะลอได้มากกว่าที่ผ่านมา

ซึ่งในส่วนของ ธปท.คาดว่าจะมีการกำหนดกรอบเงินเฟ้อปี 2555 อยู่ที่ 13.5% ต่อปี เป็นการเจอกันครึ่งทางยอมขยับเป้าสูงขึ้น แต่ยังรักษาช่วงห่างไว้เท่าเดิม แต่ทางกระทรวงการคลังอยากให้ส่วนต่างแคบเข้ามา

เรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติ แต่ที่แน่ๆ ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณว่าดอกเบี้ยในตลาดเงินของธนาคารพาณิชย์กับดอกเบี้ยนโยบาย เริ่มแยกออกมาไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มองว่าดอกเบี้ยในปีหน้ายังไม่มีแนวโน้มจะเป็นขาลง เพราะสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีอัตราการขยายตัวในระดับสูง เพราะสินเชื่ออั้นมา 2 ปี ตั้งแต่เกิดวิกฤตเสื้อแดง ทำให้การลงทุนไม่ขยายตัว แต่เมื่อการเมืองมีแนวโน้มนิ่ง ก็ทำให้การลงทุนเริ่มขยายตัวอย่างชัดเจน ทำให้ธนาคารยังต้องระดมเงินฝากเพิ่มขึ้น

สัญญาณที่ส่งออกมาจากนายแบงก์ ชัดเจนว่าดอกเบี้ยนโยบายจะลดก็ลดไป แต่ดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอาจจะขึ้นตามสภาพคล่องในตลาดเงินไม่ตามดอกเบี้ยนโยบาย

นอกจากนี้ สิ่งที่จะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ดอกเบี้ยไม่ลดลงก็คือ การกู้เงินของรัฐบาล

โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า รู้สึกงงที่รัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะเติบโตได้ที่ระดับ 4% รัฐบาลตั้งเป้าขาดดุลงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท

ที่น่าเป็นห่วงคือ สัดส่วนเงินออมของไทยที่ปัจจุบันมีอยู่เพียง 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากที่เคยสูงถึง 25-30% ของจีดีพี และหากรัฐบาลหารายได้ไม่ทันรายจ่ายก็มีแนวโน้มว่าจะต้องกู้เงินมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ

ชัดเจนว่าดอกเบี้ยนโยบายนั้นจะขึ้นอยู่กับอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก

แต่ดอกเบี้ยของตลาดเงินซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่แท้จริง และเกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง ขึ้นอยู่กับการขยายตัวของสินเชื่อ และการกู้เงินมาโปะการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล

มีการประเมินกันว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ธปท.ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นแล้ว ยังส่งผลกระทบกับรัฐบาลที่เป็นผู้กู้รายใหญ่อย่างมากเช่นกัน ทำให้ภาระต้นทุน ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหลายหมื่นล้านบาท กระทบกับการกู้เงินเพื่อมากระตุ้นและดูแลเศรษฐกิจในอนาคต

ในส่วนของการบริโภคก็ส่งผลกระทบไม่น้อย คนมีเงินฝากได้ดอกสูงก็ไม่อยากนำเงินออกมาใช้ ส่วนคนไม่มีเงินต้องกู้ซื้อบ้านซื้อรถก็ต้องคิดหนัก ทำให้การบริโภคที่รัฐบาลต้องการเบ่งก็ชะงักเหมือนกัน

ทำให้ล่าสุด รมว.พาณิชย์ ต้องออกมากันดัน ธปท. อีกครั้ง ว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของ ธปท. ในต้นเดือน ต.ค. 2554 ยังไม่ควรปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อให้กระทบกับการขยายตัวเศรษฐกิจ

หรือพูดง่ายๆ ว่า ไม่อยากให้กระทบการทำงานของรัฐบาล ที่ต้องการบริหารเศรษฐกิจ นอกจากไม่ให้มีปัญหาแล้ว ยังต้องการโตได้กล่องจากคนทั้งประเทศด้วย

แต่กรอบดังกล่าวเชื่อว่ายังไม่เป็นที่พอใจของรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะการทำกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2555 วงเงิน 2.23 ล้านล้านบาท เป็นงบแบบขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท บนพื้นฐานเศรษฐกิจโต 4.5-5.5% และอัตราเงินเฟ้อ 3-4% ซึ่งเมื่อเทียบกับกรอบเงินเฟ้อของ ธปท. ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้

รัฐบาลก็ต้องเผื่อใจเรื่องการเข้าไปแทรกแซงนโยบายดอกเบี้ยของ ธปท.ให้อยู่ในระดับต่ำได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าดอกเบี้ยในตลาดการเงินจริงๆ จะลงต่ำไปด้วย

นั้นหมายความว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงหลุดกรอบที่ ธปท. กำหนดไว้ ซึ่งทำให้ ธปท. หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นเรื่องสวนทางกับรัฐบาลที่ต้่องการให้ดอกเบี้ยลดลงมาตลอด

รัฐบาลก็ต้องเพื่อใจเรื่องการเข้าไปแทรกแซงนโยบายดอกเบี้ยของ ธปท. ให้อยู่ในระดับต่ำได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าดอกเบี้ยในตลาดการเงินจริงๆ จะลงต่ำไปด้วย

จะเห็นได้ว่านายธนาคารหลายแห่งออกมาฟันธงว่า ดอกเบี้ยแบงก์พาณิชย์ไม่ลดลงไปกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ไม่ว่าดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นอย่างไร เหตุผลสำคัญเพราะการขยายตัวสินเชื่ออย่างทำได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากที่อั่นการปล่อยกู้มาเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา จากความไม่สงบทางการเมือง

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อสินเชื่อขยายตัวได้ดี แบงก์ก็ต้องแข่งกันระดมเงินฝากกันมากขึ้น ก็หนีไม่พ้นการขยับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากทำให้ต้นทุนมากขึ้น

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ก็ตาม แต่มีการออกแคมเปญดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษกันมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความต้องการใช้เงินกู้ของภาครัฐเองก็เป็นตัวเร่งที่สำคัญทำให้ดอกเบี้ยในตลาดขึ้น มีการประเมินกันว่ารัฐบาลจะต้องกู้เงินมากกว่าที่ขาดดุลไว้ 3.5 แสนล้านบาท เพราะมองว่าการขาดดุลดังกล่าวต่ำเกินไปที่จะทำให้เศรษฐกิจโตได้เกินจริง

ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้แขนขาธนาคารของรัฐระดมเงินฝากเพื่อมาใช้จ่ายตามนโยบาย จะเห็นว่าที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้ระดมเงินฝากให้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูง ทำให้เงินไหลเข้าธนาคารออมสิน ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องขยับดอกเบี้ยสูงด้วย

ดูจากตัวเลขเงินกู้ที่รัฐบาลต้องใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ตามนโยบายต่างๆ ประกอบด้วย การกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดใช้ราคาก๊าซ 2 หมื่นล้านบาท การกู้เงินเพื่อรับจำนำข้าว 3-4 แสนล้านบาท การกู้เงินเพื่อจ่ายให้กองทุนหมู่บ้าน 7-8 หมื่นล้านบาท

เพียงแค่ 3 โครงการ ก็ต้องใช้เงินกู้ 4-5 แสนล้านบาท ซึ่งย่อมส่งผลทำให้ดอกเบี้ยในตลาดขยับสูงขึ้นไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้รัฐบาลเหมือนตกน้ำลอยอยู่กลางทะเล ทุกอย่างดูเหมือนไม่เข้าข้างรัฐบาลเท่าไรในขณะนี้

การดูแลเงินเฟ้อของรัฐบาลโดยการควบคุมราคาสินค้ายังทำไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน หรือเป็นกำไรที่ถาวรยั่งยืน ได้แต่ทำพอเป็นน้ำจิ้มสร้างผลงานเป็นข่าวเท่านั้น

และเมื่อมองไปในอนาคต ยังมีเงินเฟ้อที่แฝงไว้กับการตรึงราคาน้ำมัน ลดภาษี ไม่เก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ ลดค่าครองชีพประชาชน หากมาตรการดังกล่าวหมดลงราคาน้ำมันก็ต้องสูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อในประเทศทะยานสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

ส่วนการกู้เงินใช้ในนโยบายต่างๆ ที่สัญญาไว้ก็จ่อคอหอย ล้วนเป็นตัวเร่งให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น สวนทางรัฐบาลที่ต้องการให้ดอกเบี้ยต่ำทั้งนั้น

ปัญหาเงินเฟ้อและดอกเบี้ยจึงเป็นทั้งเดิมพันชีวิตของรัฐบาลและเศรษฐกิจของประเทศว่าจะอยู่รอดหรือไม่

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69